posttoday
‘ซีไอเอ็มบี’จัดแข่งเทรดหุ้น กลยุทธ์สร้างผู้นำรุ่นใหม่

‘ซีไอเอ็มบี’จัดแข่งเทรดหุ้น กลยุทธ์สร้างผู้นำรุ่นใหม่

21 มกราคม 2558

กลุ่มซีไอเอ็มบี ยักษ์ใหญ่มาเลเซียเป็นสถาบันการเงินที่มีธุรกิจครบวงจรและขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน โดยมีรูปแบบการสร้างบุคลากรผ่านช่องทางหนึ่งจัดการแข่งขัน “CIMB ASEAN Stock Challenge 2014” โดยจัดการแข่งขัน ซื้อขายหุ้นออนไลน์ระดับภูมิภาค ซึ่งจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 5

กลุ่มซีไอเอ็มบี ยักษ์ใหญ่มาเลเซียเป็นสถาบันการเงินที่มีธุรกิจครบวงจรและขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน โดยมีรูปแบบการสร้างบุคลากรผ่านช่องทางหนึ่งจัดการแข่งขัน “CIMB ASEAN Stock Challenge 2014” โดยจัดการแข่งขัน ซื้อขายหุ้นออนไลน์ระดับภูมิภาค ซึ่งจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 5

“ฮามิดะห์ นาไซอาดิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มซีไอเอ็มบี กล่าวว่า การแข่งขัน “CIMB ASEAN Stock Challenge 2014” ซึ่งเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นพร้อมกันใน 5 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และไทย ปีนี้มีประเทศใหม่ที่เพิ่งเข้ามาคือ กัมพูชา เพื่อหาตัวแทนทีมชนะประเทศละ 1 ทีมเข้าชิงชนะเลิศรอบสุดท้ายครั้งนี้จัดขึ้นที่ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ

สำหรับเป้าหมายหลักของการจัดการแข่งขันดังกล่าวเพื่อฝึกอบรมและสร้างบุคลากรที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจธุรกิจการเงินและค้นหา ผู้ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมทำงานกับกลุ่ม ซีไอเอ็มบี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มที่ต้องการสถาบันการเงิน ชั้นนำในอาเซียน ดังนั้น จึงต้องการฟูมฟักฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำองค์กรรุ่นใหม่เพื่อเตรียมตัวเข้ามาเป็นผู้นำองค์กรของกลุ่มในอนาคต โดยจะได้รับโอกาสพิเศษเข้าฝึกเรียนรู้งานฝ่ายต่างๆ ของกลุ่ม ทั้งด้าน รายย่อย กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และธุรกิจขนาดใหญ่

ทั้งนี้ ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประจำปี 2014 จัดขึ้นที่ประเทศไทยในวันที่ 19 ม.ค. 2558 ทีมชนะเลิศ ได้แก่ มาเลเซีย ทีม StocksElite จาก HELP University ได้รับเงินรางวัล 1.2 หมื่นเหรียญสหรัฐ รองอันดับ 1 คือ กัมพูชา ทีม Dark Rangers จาก Zaman University ได้รับเงินรางวัล 8,000 เหรียญสหรัฐ รองอันดับ 2 คือ สิงคโปร์ ทีม FATA จาก Nanyang Technological University ได้รับเงินรางวัล 5,000 เหรียญสหรัฐ รองอันดับ 3 คือ อินโดนีเซีย ทีม Aragaki Yui จาก Prasetya Mulya Business School ได้รับเงินรางวัล 3,000 เหรียญสหรัฐ และรองอันดับ 4 ไทย ทีม Seng (เซ่ง) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับเงินรางวัล 1,500 เหรียญสหรัฐ

“ปี 2014 มีจำนวนทีมผู้สมัครเข้าร่วมแข่งเพิ่มเป็น 1,928 ทีม จากปีก่อนมีจำนวน 1,411 ทีม ส่วนเกณฑ์ในการคัดเลือกหาตัวแทนประเทศละ 1 ทีม จะดูทั้งผลการตอบแทนจากการลงทุน ควบคู่กับการนำเสนอแผนกลยุทธ์การลงทุนของทีมด้วย”

สำหรับการแข่งขันประจำปี 2015 มีเป้าหมายจะขยายการจัดการแข่งขันในประเทศใหม่เพิ่ม อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ออสเตรเลีย

“สุชาย สุทัศน์ธรรมกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไทยจัดแข่งขันเป็นปีที่ 3 ในปี 2014 มีผู้สมัคร 114 ทีม เพิ่มจากปีก่อนที่ 103 ทีม มาจากนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเปิดการลงทุนเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ รวมทั้งเปิดให้ ผู้ที่สนใจมีโอกาสได้เรียนรู้ทำความเข้าใจในอุตสาหกรรมตลาดเงินและตลาดทุน ขณะที่ยอมรับว่าผู้เข้าแข่งขันจากไทยยังมีความเสียเปรียบคู่แข่งในเรื่องทักษะภาษาอังกฤษสื่อสารที่ต้องใช้นำเสนอแผนการลงทุน แม้ในด้านกลยุทธ์การลงทุนจะสามารถแข่งขันได้ เพราะมีการพัฒนามาอย่าง ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถรองรับการ เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขยายขอบเขตความสามารถไปลงทุนในตลาดหุ้น ประเทศอื่นๆ รวมถึงมีหลักการคิดที่กว้างขึ้นในการเลือกประเทศ อุตสาหกรรมและบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่จะเข้าลงทุน

“เราจัดการแข่งขันภายในก่อนคัดเลือกจนเหลือ 3 ทีมสุดท้าย จากนั้นจะจัดให้แต่ละทีมนำเสนอแผนกลยุทธ์การลงทุนต่อคณะกรรมการเพื่อหาผู้ชนะไปแข่งขันในรอบสุดท้าย โดยที่ผ่านมายังไม่มีผู้เข้าแข่งขันมาร่วมงานกับบริษัท แต่พร้อม เปิดกว้างหากมีความสนใจ”

เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การแข่งขันรายการ “CIMB ASEAN Stock Challenge 2014” เกิดจากความร่วมมือของกลุ่ม ซีไอเอ็มบีกับ ตลท. ซึ่งจัดขึ้นใน 5 ประเทศ เพราะการลงทุนเป็นเรื่องที่ไม่มีขอบเขต ดังนั้นการแข่งขันนี้นักลงทุนหรือนักศึกษาของไทยมีความสามารถในการออกไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศได้

อย่างไรก็ดี มีความกังวลต่อความสามารถในการแข่งขันของคนไทยในเวทีโลกที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเจรจา จึงต้องตระหนักมากขึ้นเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันขณะที่กลยุทธ์การลงทุนของทั้งนักศึกษาไทย รวมถึงตัวแทนคู่แข่งอีก 5 ประเทศ ที่เข้ามาแข่งขันในรอบสุดท้ายเลือกการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นหลักในปี 2557 ที่ผ่านมา เพราะมีค่าคอมมิชชั่นที่ต่ำที่สุด รวมถึงมีข้อมูลการลงทุนและความหวือหวาของตลาดหุ้นมากกว่าเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค อีกทั้งในปี 2557ยังให้ผลตอบแทนสูงประมาณ 15% โดยเป็นรองเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคคือเวียดนาม

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ