
แม่ทัพใหม่ไฮเออร์ ไต่เป้าท็อปทรีในไทย
จากวิสัยทัศน์ของโยชิอากิ อิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮเออร์ เอเชีย ที่ตั้งเป้าให้ภูมิภาคอาเซียนเติบโตสองเท่าตัวนับจากนี้ หรือเพิ่มรายได้เป็น 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันที่มีรายได้ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ
จากวิสัยทัศน์ของโยชิอากิ อิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮเออร์ เอเชีย ที่ตั้งเป้าให้ภูมิภาคอาเซียนเติบโตสองเท่าตัวนับจากนี้ หรือเพิ่มรายได้เป็น 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันที่มีรายได้ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ
เป้าหมายดังกล่าวมีไทยเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่ไฮเออร์ให้ความสำคัญในการผลักดันรายได้ให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ จึงถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับ หยางเสี้ยวหลิน ประธานกลุ่มบริษัท ไฮเออร์ ประเทศไทย ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือน พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ไฮเออร์ 13 ปี ในเมืองไทยยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
หยางเสี้ยวหลิน กล่าวว่า การเข้ามารับผิดชอบตลาดเมืองไทยถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ เนื่องจากบริษัทแม่ประเทศจีนถือว่าไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นจึงวางเป้าหมายที่จะผลักดันยอดขายของไฮเออร์ให้ติด 1 ใน 3 ของเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ได้ภายใน 3-5 ปีนับจากนี้
“ปัจจุบันมีสินค้าเครื่องปรับอากาศที่ถือว่าติด 1 ใน 5 ของตลาดอยู่แล้ว และมีโอกาสที่จะขึ้นท็อปทรีได้ ส่วนสินค้าอื่นๆ ต้องบุกตลาดอย่างต่อเนื่องต่อไป”
สำหรับแผนงานในปีนี้ ไฮเออร์จะนำสินค้าใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มเครื่องทำน้ำอุ่น เตาไมโครเวฟ เครื่องอบผ้า และสินค้าอื่นๆ ที่จะตามมาในตลอดทั้งปี รวมทั้งการขยายสินค้ารุ่นใหม่ในไลน์เดิม อาทิ ตู้เย็น 2 ประตู และการทำตลาดเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์เพื่อรุกตลาดลูกค้าองค์กร เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสร้างการ
รับรู้และความแข็งแกร่งให้แบรนด์ไฮเออร์
จากแผนการบุกตลาดดังกล่าว ได้ตั้งเป้าหมายเติบโตในปี 2558 ไว้กว่า 20% หรือมียอดขายเพิ่มขึ้นจาก 1,900 ล้านบาทในปี 2557 เป็น 2,300 ล้านบาทในปีนี้ โดยสินค้าที่คาดว่าจะสร้างรายได้หลักยังคงเป็นตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศที่มีสัดส่วนยอดขายเท่าๆ กัน หรือ 33% ส่วนที่เหลือเป็นยอดขายจากสินค้าอื่นๆ และสินค้ากลุ่มใหม่ที่จะนำเข้ามาทำตลาดเพิ่มเติมในปีนี้
ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2557 ที่ผ่านมา จากยอดขาย 1,900 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มเครื่องปรับอากาศ 700 ล้านบาท ตู้เย็น 600 ล้านบาท ตู้แช่แข็ง 200 ล้านบาท เครื่องซักผ้า 200 ล้านบาท โทรทัศน์ 120 ล้านบาท และสินค้าอื่นๆ 80 ล้านบาท ตามลำดับ
“ปีนี้เป็นปีที่ 13 ของไฮเออร์ ประเทศไทย ได้วางนโยบายในการขยายการทำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าในครัวเรือน เนื่องจากมองว่าเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตของตลาดที่ดี และผู้บริโภคมีความต้องการซื้อค่อนข้างสูง”
นอกจากนี้ บริษัทยังคงเน้นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ การจัดกิจกรรมทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ โดยจะเน้นการสร้างแบรนด์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กมากขึ้น โดยล่าสุดได้เซ็นสัญญาร่วมกับเอเยนซีระดับโลกอย่างโอกิลวี่ ให้เข้ามาช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารแฟนเพจ รวมทั้งทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจ โดยมีเป้าหมายเพิ่มยอดแฟนเพจของไฮเออร์ให้ได้ 1 ล้านคน ภายในปี 2558 นี้
ดังนั้น ก้าวสำคัญของไฮเออร์นับจากนี้ไป นอกเหนือจากการทำตลาดในช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไปแล้ว ยังให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์และสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยที่ยึดโยงชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนโลกโซเชียล ซึ่งในอนาคตอันใกล้จะได้เห็นการพัฒนาไปสู่อีคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบแน่นอน







