
กรุงเทพขายไฮเทคเบีี้ยชั้น1
กรุงเทพประกันภัย ติดเครื่องมือไฮเทค ดูพฤติกรรมขับขี่ลูกค้า คาดลดค่าเคลมได้ 15%
กรุงเทพประกันภัย ติดเครื่องมือไฮเทค ดูพฤติกรรมขับขี่ลูกค้า คาดลดค่าเคลมได้ 15%
นายอภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย (BKI) เปิดเผยว่า ในเดือน เม.ย.นี้ บริษัทจะเปิดตัวโครงการ บีเคไอ อินชัวรันส์ เทเลเมติคส์ (BKI Insurance Telematics) โดยการนำเทคโนโลยีติดตามพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ของลูกค้า ด้วยอุปกรณ์ดองเกิล (Dongle) มาให้บริการติดกับรถลูกค้าเป็นครั้งแรกในไทย
“เราไม่ได้มีการบังคับ แต่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของลูกค้าเองว่าต้องการบริการแบบใหม่หรือไม่ ที่สำคัญลูกค้าไม่ต้องเสียค่าเบี้ยเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด โดยยังคงใช้เบี้ยอัตราเดิมอยู่ และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้าที่มีประวัติการขับขี่ที่ดีมาโดยตลอด เพราะหากลูกค้ามีสถิติขับขี่หรือได้คะแนนที่ดี พอถึงเวลาต่อประกันในปีต่อไปก็จะได้ลดค่าเบี้ยจากปกติเพิ่มเติมอีกต่อหนึ่ง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายบริการนี้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ลูกค้าบุคคลทั่วไป ที่ทำประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 อายุรถประมาณ 3-4 ปี และรถบริษัทขนส่งโลจิสติกส์และรถองค์กรที่มีเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายในช่วงแรกไว้ที่ 1 หมื่นคัน และคาดว่าจะช่วยลดอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันลงได้อีก 10-15% จากปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 57% ขณะนี้บริษัทมีฐานลูกค้ารถยนต์อยู่ประมาณ 3.8 แสนคัน แบ่งเป็นรถขนส่งโลจิสติกส์ 4 หมื่นคัน และรถทั่วไป 3.4 แสนคัน โดยค่าเบี้ยเฉลี่ยประกันชั้น 1 ของบริษัทอยู่ที่ 1.7 หมื่นบาท
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้บริการนี้จะทำให้บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 18% หรือ 3,000 บาท จากค่าเบี้ยเฉลี่ย แต่บริษัทก็จะรับผิดชอบเองทั้งหมด จุดประสงค์เพื่อต้องการกระตุ้นให้ลูกค้าเข้าใจถึงการขับขี่ที่ปลอดภัยมากกว่าเรื่องของยอดขาย และหากมีสถิติที่เพียงพอก็จะทำเรื่องเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พิจารณาเรื่องอัตราค่าเบี้ยประกันรถยนต์ใหม่ เช่น กรณีรถที่ใช้งานน้อย ก็ไม่ควรเสียค่าเบี้ยเท่ากับรถที่ใช้งานมากหรือใช้รถทุกวัน เพราะความเสี่ยงต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทคาดว่าในปีนี้เบี้ยประกันรถยนต์จะเติบโตประมาณ 14.4% หรือทำเบี้ยได้ 8,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บริการใหม่นี้จะสามารถระบุตำแหน่งและเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ รวมทั้งรายละเอียดการขับขี่ต่างๆ เช่น หักเลี้ยวแรง ณ จุดใด ความเร็วที่ใช้ระยะทางและระยะเวลาในการขับขี่แต่ละครั้ง โดยสามารถจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดเส้นทางการใช้รถในแต่ละวันหรือแต่ละครั้งได้ ทำให้ลูกค้าสามารถทราบความเคลื่อนไหวของบุคคลในครอบครัวที่คุณห่วงใยผ่านเครื่องสมาร์ทโฟนได้ เพิ่มความสบายใจให้แก่พ่อและแม่ได้ เนื่องจากสามารถทราบได้ว่าลูกอยู่ที่ใด มีพฤติกรรมการขับขี่เป็นอย่างไร หรือกรณีที่ต้องการติดตั้งอุปกรณ์บนรถของบริษัท เพื่อให้ทราบตำแหน่งรถและพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถได้







