posttoday
วัดใจ...‘บิ๊กตู่’ ‘เปิด-ปิด’ สัมปทานปิโตรเลียม

วัดใจ...‘บิ๊กตู่’ ‘เปิด-ปิด’ สัมปทานปิโตรเลียม

20 มกราคม 2558

เป็นประเด็นอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศ ต่อกรณีการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ท่ามกลางกระแสคัดค้าน

เป็นประเด็นอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศ ต่อกรณีการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ท่ามกลางกระแสคัดค้าน

13 ม.ค. สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน กำหนดหัวข้อหารือใน 3 แนวทาง คือ 1.ให้กระทรวงพลังงานดำเนินการเปิดให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ด้วยระบบสัมปทานไทยแลนด์ ทรี พลัส 2.ยกเลิกการใช้ระบบสัมปทานในการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 และนำระบบแบ่งปันผลผลิตมาใช้แทน

3.ให้เปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ด้วยระบบสัมปทานไทยแลนด์ ทรี พลัส และให้กระทรวงพลังงานไปศึกษาระบบแบ่งปันผลผลิตที่เหมาะสมกับศักยภาพการผลิตปิโตรเลียมของไทย เพื่อเป็นทางเลือกให้รัฐบาลตัดสินใจ

คุรุจิต นาครทรรพ รองประธานกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ยืนยันว่า สาเหตุที่ต้องเปิดสัมปทาน เพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง เนื่องจากมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นทุกปี หากไม่สำรวจจะมีก๊าซสำรองใช้ในประเทศได้แค่ 7 ปี โดยการเปิดสัมปทานจะมีเงินลงทุน 5,000 ล้านบาท แต่จะพบหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สำรวจ

“การจัดเก็บรายได้ในระบบไทยแลนด์ ทรี พลัส เหมาะสมกับไทย เพราะเก็บตามจำนวนปริมาณการสำรวจพบ ซึ่งส่งผลให้มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตและสำรวจ อีกทั้งระบบดังกล่าวยังเป็นการปิดความเสี่ยงของรัฐบาลทุกด้าน”

พรายพล คุ้มทรัพย์ กรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน อภิปรายสนับสนุนว่า ข้อดีและข้อเสียของระบบสัมปทานและแบ่งปันผลผลิตมีพอๆ กัน ระบบสัมปทานมีความโปร่งใส แต่อำนาจรัฐแทรกแซงได้น้อยมาก ส่วนระบบแบ่งปันผลผลิตรัฐบาลสามารถเข้าไปกำกับดูแลได้ ถึงขนาดให้บริษัทของรัฐเข้าไปร่วมลงทุน แต่เชื่อว่าระบบสัมปทานยังมีความเหมาะสมจะใช้ต่อไป เพราะรัฐได้ส่วนแบ่ง 72% สูงกว่าระบบในต่างประเทศที่ได้แค่ 60%

“ระบบแบ่งปันผลผลิตนั้นอาจยังไม่เหมาะ เพราะแหล่งปิโตรเลียมของประเทศไทยที่มีไม่มาก หลุมเล็ก ต้นทุนขุดเจาะสูง จึงไม่คุ้มให้รัฐต้องรับความเสี่ยง อีกทั้งระบบนี้ยังเป็นวุ้นอยู่ หากใช้ก็ต้องวางระบบตั้งองค์กรน้ำมันแห่งชาติของรัฐบาลเอง ซึ่งต้องใช้เวลา 3-6 ปี แต่เราต้องขุดและใช้วันนี้ ถ้ารอก็เสียประโยชน์” พรายพล ระบุ

ตลอดการประชุมสมาชิก สปช. ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง จน นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เสนอญัตติให้ลงมติรายงานดังกล่าว และเปิดให้สมาชิกได้ศึกษารายละเอียดแล้วค่อยมาลงมติครั้งต่อไป

แต่สมาชิก สปช.บางส่วนเสนอให้อภิปรายต่อและลงมติ เนื่องจากรัฐบาลรอฟังความคิดเห็นจาก สปช.อยู่ ซึ่งสมาชิกมีมติให้อภิปรายต่อและลงมติคราวเดียวด้วยคะแนน 139 เสียง

รสนา โตสิตระกูล กรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า กรรมาธิการไม่ได้นำความคิดเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและประชาชนมาประกอบการพิจารณา ส่วนที่ระบุว่าการให้สัมปทานในรอบที่ 21 ไม่เกี่ยวกับการปฏิรูปนั้น ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกัน เพราะพลังงานปิโตรเลียมคือทรัพยากรของชาติ ในขณะที่การให้สัมปทานรอบที่ 21 จะผูกพันประเทศอย่างน้อย 29-39 ปี ทั้งยังเป็นการเปิดเพื่อเอื้อประโยชน์เอกชนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมากกว่า แต่ประชาชนต้องแบกรับภาระ จึงไม่เห็นด้วยกับระบบไทยแลนด์ ทรี พลัส แต่ควรใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต

“เวลานี้ประเทศไม่ได้ขาดแคลนพลังงาน เนื่องจาก กพช.มีมติเมื่อ 4 ต.ค. 2555 ซื้อก๊าซแอลเอ็นจีจากกาตาร์ ด้วยสัญญา 20 ปี เริ่ม 1 ม.ค. 2558 เพื่อเป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานไฟฟ้า จึงเห็นว่าควรแก้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ให้เหมาะสมมากขึ้น เพราะไม่เห็นด้วยกับระบบไทยแลนด์ ทรี พลัส แต่ควรใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต” รสนา เสนอ

ขณะที่ ดุสิต เครืองาม สปช. ได้เสนอทางเลือกที่ 4 ด้วยการให้ สปช.ลงมติ 2 ทางเลือก คือ 1.ให้รัฐบาลเป็นผู้ลงทุนในการสำรวจปิโตรเลียม ก่อนเปิดให้เอกชนมาประมูล และ 2.ให้ดำเนินการทำสัมปทานในทางเลือกที่ 3 พร้อมทำการศึกษาวิธีการแบ่งปันผลผลิตควบคู่กันไป

เช่นเดียวกับ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สปช. ที่อภิปรายโจมตีรายงานฉบับนี้ว่าไม่น่าเชื่อถือ เพราะมีแต่คนทำงานด้านพลังงานที่เป็นเทวดา และไม่ได้ศึกษาเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จึงควรให้ชะลอการเปิดสัมปทานจนกว่าจะมีคำตอบชัดเจนให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ที่ประชุม สปช.จะให้ลงมติเห็นชอบรายงานของกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ได้เกิดการถกเถียงกันอย่างหนัก และ ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช.คนที่ 2 ทำหน้าที่ควบคุมการประชุม ได้สั่งพักการประชุม 5 นาที และเมื่อเปิดให้ลงมติ ปรากฏว่ามี สปช.ลงมติไม่เห็นด้วยกับรายงานการศึกษาของกรรมาธิการเสียงข้างมากในกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ที่ให้เปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ถึง 130 ต่อ 79 เสียง งดออกเสียง 21 เสียง

จึงขึ้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะตัดสินใจแบบไหน เลือกเดินหน้าเปิดสัมปทานปิโตรเลียม หรือชะลอการเปิดสัมปทาน งานนี้หนังยาวแน่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท