posttoday
ร่างกฎหมายดิจิทัล มุ่งความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ

ร่างกฎหมายดิจิทัล มุ่งความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ

20 มกราคม 2558

หลังจากที่รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัลรวม 10 ฉบับ เพื่อสนับสนุนนโยบายในการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวกำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เครือข่ายภาคประชาสังคมรวม 6 องค์กร ได้ออกมาตั้งคำถามว่า กฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัลนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจ หรือเป็นเกราะด้านความมั่นคงกันแน่

หลังจากที่รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัลรวม 10 ฉบับ เพื่อสนับสนุนนโยบายในการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวกำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เครือข่ายภาคประชาสังคมรวม 6 องค์กร ได้ออกมาตั้งคำถามว่า กฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัลนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจ หรือเป็นเกราะด้านความมั่นคงกันแน่

สำหรับเครือข่ายภาคประชาสังคมรวม 6 องค์กร ที่ออกมาให้ความเห็นครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย 2.มูลนิธิโลกสีเขียว 3.FTA WATCH กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน 4.มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน 5.สถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน และ 6.เครือข่ายพลเมืองเน็ต

“อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล” ผู้ประสานเครือข่ายพลเมืองเน็ต ในฐานะตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนสังคม กล่าวว่า กฎหมาย 10 ฉบับนี้ ทำขึ้นมาแล้วเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยมี 8 ประเด็นสำคัญ ประการแรก คือ ชุดกฎหมายเหล่านี้โดยเนื้อแท้ไม่ใช่กฎหมาย “เศรษฐกิจดิจิทัล” แต่เป็นชุดกฎหมายความมั่นคง

2.เนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เป็นการถือโอกาสดึงคลื่นความถี่กลับมาอยู่ในมือภาครัฐและกองทัพ ย้อนกลับไปเหมือนสมัยก่อนรัฐธรรมนูญปี 2540 ถือเป็นการทำลายหลักการที่ว่า "คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะและทำลายกลไกการแข่งขันเสรีเป็นธรรม

3.ร่าง พ.ร.บ.กสทช. ทำลายความเป็นองค์กรอิสระของ กสทช. เพราะโอนอำนาจการจัดสรรคลื่นความถี่ไปไว้ที่คณะกรรมการดิจิทัลฯ 4.ที่ผ่านมาภาคประชาชนเห็นร่วมกันว่า กสทช.จำเป็นต้องพัฒนาระบบธรรมาภิบาลให้ดีขึ้น ทั้งเรื่องการใช้งบประมาณและการใช้อำนาจ แต่ร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ ไม่ได้แก้ปัญหาดังกล่าวและยังมีร่างกฎหมายใหม่อีกหลายฉบับที่จะสร้างหน่วยงานที่มีโครงสร้างงบประมาณและการบริหารในลักษณะคล้ายกันอีกเป็นจำนวนมาก

5.กองทุนที่มาจากรายได้ของ กสทช.ถูกเปลี่ยนวัตถุประสงค์ไปจากเดิมให้กลายเป็นกองทุนเพื่อให้รัฐและเอกชนกู้ยืม จากเดิมเป็นกองทุนวิจัยพัฒนาเพื่อประโยชน์สาธารณะ ส่งเสริมคุ้มครองผู้บริโภค ส่งเสริมผู้ประกอบกิจการบริการชุมชน ส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อของผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และส่งเสริมจริยธรรมการประกอบวิชาชีพซึ่งหายไป

6.ร่างกฎหมายหลายฉบับที่ออกมาไม่ส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ อีกทั้งคุกคามเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในความเป็นส่วนตัวที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและกระทบธุรกิจด้านข้อมูลข่าวสาร 7.ร่างกฎหมายทั้งหมดขาดกลไกคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและสิทธิผู้บริโภคที่ชัดเจน อีกทั้งสัดส่วนของคณะกรรมการชุดต่างๆ ก็ไม่มีการรับประกันสัดส่วนจากผู้แทนด้านที่เกี่ยวข้อง ที่เห็นชัดที่สุด คือ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีการตัดกรรมการด้านสิทธิและผู้บริโภคออกไป 3 ตำแหน่ง และเพิ่มกรรมการด้านความมั่นคงเข้ามา 2 ตำแหน่ง

ประการสุดท้าย 8.ความไม่ชัดเจนของสถานะทางกฎหมายของหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเป็น “หน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลและไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ” คำถาม คือ สำนักงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจะมีความรับผิดตามกฎหมายอย่างไร มีกลไกร้องเรียนตรวจสอบได้ทางไหนได้บ้าง

“ร่างกฎหมาย 10 ฉบับ ทำให้โครงสร้างการจัดสรรคลื่นความถี่ของประเทศเปลี่ยนไปหมด ทั้งคลื่นโทรคมนาคมและคลื่นกระจายเสียงที่ต้องขึ้นกับคณะกรรมการดิจิทัลแห่งชาติ ที่จะพิจารณาว่าคลื่นใดเพื่อสาธารณะหรือการพาณิชย์ ย้อนกลับไปสู่ยุคเดิมก่อนมีการปฏิรูปสื่อปี 2540 ทุกอย่างที่ทำมาทั้งหมดกว่า 20 ปี กลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” อาทิตย์ กล่าว

ที่ประชาชนพูดถึงกันมากที่สุด คือ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. … ที่เปิดให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ทันทีโดยไม่ต้องมีอำนาจศาล

ทั้งนี้ เครือข่ายประชาสังคม 6 องค์กร เตรียมยื่นข้อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) และคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้มีการแก้ไขร่างกฎหมายนี้ให้เป็นไปเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ