
ลูกครึ่งอาเซียน
“ป้าตื่นเต้นกับเออีซีมาก เพราะป้าเป็นคน 2 ประเทศ แม่ของป้าเป็นคนลาว พ่อป้าเป็นคนหนองคาย ป้าใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ที่ลาว แต่มาเรียนหนังสือที่ไทย ถึงตอนนี้จะทำธุรกิจและใช้ชีวิตอยู่ที่ไทย แต่ป้าก็ยังมีความผูกพันกับประเทศลาว เพราะมีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่น จึงคิดจะเข้าไปทำธุรกิจที่ลาว เออีซีจะช่วยเอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจได้มาก” สุปราณี ชูศิลป์ทอง หรือ “ป้าสุ” เจ้าของร้านอาหารหนองคายป้าสุ กล่าวเริ่มต้นการพูดคุย
“ป้าตื่นเต้นกับเออีซีมาก เพราะป้าเป็นคน 2 ประเทศ แม่ของป้าเป็นคนลาว พ่อป้าเป็นคนหนองคาย ป้าใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ที่ลาว แต่มาเรียนหนังสือที่ไทย ถึงตอนนี้จะทำธุรกิจและใช้ชีวิตอยู่ที่ไทย แต่ป้าก็ยังมีความผูกพันกับประเทศลาว เพราะมีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่น จึงคิดจะเข้าไปทำธุรกิจที่ลาว เออีซีจะช่วยเอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจได้มาก” สุปราณี ชูศิลป์ทอง หรือ “ป้าสุ” เจ้าของร้านอาหารหนองคายป้าสุ กล่าวเริ่มต้นการพูดคุย
ป้าสุ เล่าให้ฟังว่า สมัยเด็กอยู่กับแม่ที่ลาว ตามแม่ไปขายของในสถานที่ต่างๆ ขายผลไม้ ขายผ้าไหมคำ ซึ่งเป็นผ้าไหมจากฝรั่งเศส ให้กับคนทอผ้าในเมืองลาว ป้ามีพี่น้องทั้งหมด 7 คน ส่วนใหญ่ได้ทุนจากรัฐบาลลาวไปเรียนที่ฝรั่งเศส ส่วนป้ามาเรียนที่ไทย เรียนภาษาลาว และภาษาฝรั่งเศสควบคู่ไปด้วย
ปัจจุบันป้ายังคงกลับไปลาวบ่อยครั้ง เพราะมีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่น และตอนนี้ได้เริ่มต้นเข้าไปทำธุรกิจร้านอาหารและดูแลธุรกิจโรงแรมในลาวต่อจากพี่สาวด้วย ทำให้ต้องเดินทางไปบ่อยขึ้น
เมืองลาวในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เพราะมีคนต่างชาติเข้ามาอยู่ในเมืองลาวจำนวนมาก อีกทั้งคนลาวที่ส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศ เมื่อเรียนจบก็กลับมาอยู่ที่บ้านเกิด การใช้ชีวิต วิธีคิดของคน รวมถึงสภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนพัฒนาตัวเอง ทำงานมีรายได้มากขึ้น
ขณะที่บ้านเมืองก็ได้รับการพัฒนา มีอาคาร ห้างสรรพสินค้า บ้านหรูขนาดใหญ่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่มีคนต่างชาติเป็นเจ้าของ ทั้งเวียดนาม จีน เกาหลี และญี่ปุ่น
เมื่อประชาชนมีรายได้มากขึ้น ก็เริ่มใช้ชีวิต จับจ่ายใช้สอย ออกมากินข้าวนอกบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะคนในเมืองหลวง มีร้านอาหารจากต่างชาติเข้าไปเปิดมากมาย และที่สำคัญเกือบทุกร้านมีลูกค้าแน่นร้าน ก่อนที่ป้าจะไปเปิดร้านอาหารที่ลาว มีญาติของป้าเปิดร้านอาหารอยู่ก่อนแล้ว ขายของมีรายได้วันละแสนบาท จึงเห็นได้ว่าคนลาวชอบใช้จ่าย อีกทั้งยังมีคนต่างชาติ นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเป็นลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเมืองลาวจะมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นๆ ก็ยังคงอยู่ภายใต้กรอบประเพณี วัฒนธรรม เช่น ร้านผับ บาร์ จะไม่สามารถเปิดร้านได้ทั้งวันทั้งคืน การไปงานบุญยังต้องใส่ผ้าถุงแต่งตัวเรียบร้อย และผู้หญิงในเมืองลาวยังคงนิยมใส่ผ้าถุงในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง
“ไม่ว่าคนจะไปอยู่เมืองนอก ใช้ชีวิตในต่างประเทศมานาน แต่วัฒนธรรมตะวันตกยังไม่ได้เข้ามาส่งกระทบต่อลาวทั้งหมด ทำให้ยังเห็นความเป็นลาวอยู่ในเมืองลาวได้จนถึงปัจจุบัน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแบบหวือหวา ส่วนการรับสื่อจากต่างชาติ เช่น ฟังเพลง ดูหนังเกาหลีนั้น คนลาวก็นิยมไม่ต่างจากเมืองไทย” ป้าสุ กล่าว
ป้าสุ ทิ้งท้ายว่า สำหรับการทำธุรกิจของป้าในเมืองลาว ป้าเข้าไปดูแลธุรกิจในภาพรวม หลักการทำงานของป้า คือทำงานอย่างมีศีลธรรม ทำงานอย่างมีความสุข และทำงานให้มีรายได้ ซึ่งป้าสุเป็นคนรักงานศิลปะ และการทำงานงานศิลปะก็เหมือนการทำอาหาร จึงเลือกทำงานที่รักไม่ว่าจะอยู่ที่เมืองไทย หรือเมืองลาว







