
ปลุกเก็งกำไรBROCK
ลือตามไลน์ บ้านร็อค การ์เด้น แตกพาร์ เพิ่มทุนพีพีขายเซ็นทรัลพัฒนา “เสี่ยปู่” เชื่อแค่ข่าวลือ
ลือตามไลน์ บ้านร็อค การ์เด้น แตกพาร์ เพิ่มทุนพีพีขายเซ็นทรัลพัฒนา “เสี่ยปู่” เชื่อแค่ข่าวลือ
ราคาหุ้นบริษัท บ้านร็อคการ์เด้น (BROCK) ปรับตัวชนเพดาน 30% (ซิลลิ่ง) ของราคาปิดครั้งก่อน โดยมีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่น และชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดตลาดมีแต่คำสั่งซื้อไม่มีขาย ส่งผลให้ราคาซิลลิ่งสนิทที่ 3.7 บาท เพิ่มขึ้น 0.84 บาท มูลค่าซื้อขาย 624.92 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) เปิดเผยว่า มีการส่งไลน์ต่อๆ กันว่า คณะกรรมการ BROCK มีมติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) จาก 1 บาท เป็น 10 สตางค์ และเพิ่มทุนจำนวน 2 หมื่นล้านหุ้น เสนอขายนักลงทุนเฉพาะเจาะจงให้กับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ราคาขายหุ้นละ 0.2 บาท
นายวิรัตน์ ชินประพินพร ประธานกรรมการ บริษัท บ้านร็อคการ์เด้น กล่าวว่า บริษัทไม่มีประชุมคณะกรรมการ และจะประชุมเดือนหน้า ซึ่งรู้สึกแปลกใจที่เห็นราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง คาดว่าน่าจะเกิดจากการประเมินราคาที่ดินของนักลงทุนแปลงใหญ่ 2 แปลง รวมเกือบ 800 ไร่ ติดทะเล และเส้นบายพาส ห่างจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลและเดอะมอลล์เพียง 3-4 กิโลเมตร ขณะนี้ยังไม่มีแผนการ รอจังหวะและสถานการณ์ รวมทั้งรอสนามบินภูเก็ตสร้างเสร็จ จึงพิจารณาแผนการลงทุน
“บ้านร็อคการ์เด้นเป็นบริษัทที่มีแลนด์แบงก์เยอะที่สุดในภูเก็ตขณะนี้ โดยเฉพาะที่ดินเกือบ 600 ไร่ เป็นผืนใหญ่ติดทะเลหลังแหลมยามูและเส้นบายพาส ซึ่งที่ดินแปลงใหญ่ๆ ในภูเก็ตหายากและราคามีแต่ขึ้น ผมคิดว่าหุ้นปรับตัวขึ้นมาจากการตีมูลค่าที่ดินของนักลงทุน” ประธานกรรมการ กล่าว
นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล นักลงทุนรายใหญ่และเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ของ BROCK กล่าวว่า ข่าวตามไลน์ไม่น่าจะเป็นข่าวจริง และไม่ทราบสาเหตุที่ราคาหุ้นวิ่งซิลลิ่ง แต่หากพิจารณาพื้นฐานหุ้น BROCK จะเห็นว่าราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เฉพาะที่ดินติดทะเล 550 ไร่ และที่ดินในพื้นที่ใน จ.ภูเก็ต มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท
“ไม่จริงแน่นอนข่าวแตกพาร์ 10 สตางค์ ตอนนี้หุ้น 3.70 บาท แตกพาร์ก็ 30 สตางค์ ส่วนเพิ่มทุนไม่มี ที่ผ่านมาราคาหุ้นอันเดอร์แวลูผมซื้อหุ้นเก็บตลอด และราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาไม่ได้เป็นจิตวิทยาจากหุ้นอสังหาริมทรัพย์ต่ำบาทแล้วขึ้นมา 10 บาท” เสี่ยปู่ กล่าว
ขณะเดียวกันตลาดหลักทรัพย์ สอบถาม Trading Alert หุ้น BROCK เป็นหุ้นที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 1 แคชบาลานซ์ (ผู้ซื้อต้องวางเงินสด 100% ก่อนสั่งซื้อ) ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.-9 ก.พ.นี้
บริษัท บ้านร็อคการ์เด้น ชี้แจงว่า บริษัทไม่มีพัฒนาการใดๆ ที่ยังไม่ได้เปิดเผย หรือสารสนเทศที่มีนัยสำคัญในระยะเวลาอันใกล้ เช่น การเพิ่มทุน การร่วมทุน การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน หรือข้อพิพาทที่สำคัญ ไม่ทราบสาเหตุที่ส่งผลต่อการซื้อขาย และไม่มีสารสนเทศอื่น
นอกจากนี้ ตลาดได้สอบถาม Trading Alert หุ้น เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ครั้งที่ 2 เป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 2 คือ ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และวางเงินสดก่อนซื้อ (แคชบาลานซ์) 20 ม.ค.-9 ก.พ. 2558
บริษัท เค.ซีฯ ชี้แจง Trading Alert ว่า บริษัทไม่มีพัฒนาการใดๆ ที่ยังไม่ได้เปิดเผย ไม่ทราบสาเหตุอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบต่อการซื้อขาย และไม่มีสารสนเทศอื่นที่ต้องชี้แจง
ทั้งนี้ การชี้แจงของ KC เป็นการชี้แจง Trading Alert ครั้งที่ 2 หลังจากราคาหุ้น KC ปรับตัวซิลลิ่งติดต่อกัน 7 ซิลลิ่ง ตั้งแต่การซื้อขายวันที่ 5 ม.ค.เป็นต้นมา จากราคาปิด 1.55 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค. 2557 ล่าสุดวันที่ 19 ม.ค. ซิลลิ่งที่ 7 ปิดที่ 11.30 บาท โดยราคาขึ้นมา 9.75 บาท หรือ 629%
สำหรับหุ้น KC หากถูก Trading Alert เป็นครั้งที่ 3 เป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 2 คือ ห้ามหักกลบราคาค่าซื้อกับค่าขายในวันเดียวกัน เข้าเกณฑ์แคชบาลานซ์ และห้ามใช้เป็นหลักประกันกำหนดวงเงินการซื้อขาย







