posttoday
กองทุนรวมปี’57

กองทุนรวมปี’57

20 มกราคม 2558

2557 เป็นปีที่มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่มีผลกระทบเกี่ยวข้องโดยตรง

2557 เป็นปีที่มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่มีผลกระทบเกี่ยวข้องโดยตรง (นโยบายคงสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นระยะยาวหรือ LTF) และในทางอ้อม (สถานการณ์ทางการเมือง) แต่อย่างไรก็ตามสำหรับอุตสาหกรรมกองทุนรวมประเทศไทยปี 2557 นั้น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจนปิดปีที่ยอดมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกว่า 3.8 ล้านล้านบาท โตกว่า 23.82%

และอีกเช่นเคย อุตสาหกรรมมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ บลจ.ต่างๆ นำมาเสนอเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับกองทุน REITs กองทุนแรกของประเทศไทย ซึ่งถือว่าอุตสาหกรรมได้ยกระดับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้ทัดเทียมกับต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่หากจะกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ (ประเภทกองทุน) ที่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนสูงสุดในช่วงปี 2557 ที่ผ่านมานี้ ต้องยกให้กองทุนประเภท High Yield Bond ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเรตติ้งในระดับต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และขายให้เฉพาะกลุ่มผู้ลงทุนประเภท Accredited Investor เท่านั้น ซึ่งในเฉพาะครึ่งปีแรกนี้มีการเปิดกองทุนกันเกือบ 300
กองทุน หรือคิดเป็นมากกว่า 34% ของจำนวนกองทุนที่ออกมาในปี 2557 นี้ ทำให้นับแต่มีการจัดตั้งกองทุนประเภทนี้ขึ้นมาตั้งแต่กลางปี 2556 นั้นมีการเงินหมุนเวียนเข้าออกกองทุนประเภทนี้แล้วเกินกว่า 1 ล้านล้านบาท

กองทุนอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนอย่างโดดเด่นตลอดทั้งปีนั้นก็คือ กลุ่มกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นต่างประเทศแบบเจาะกลุ่มประเทศ (Single country) และภูมิภาค (Region) ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเติบโตเฉลี่ยสูงสุดกว่า 126% จากปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้ยอดมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในกลุ่มนี้สูงถึง 7.9 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ มีกองทุนเปิดใหม่เกือบ 40 กองทุน และมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งนำโดยกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นยุโรปคิดเป็นยอดประมาณ 13,023 ล้านบาท (คิดเป็น 33%) ตามมาด้วยกองทุนหุ้นกลุ่ม Asia Pac Ex Japan ที่มีเงินเข้ากว่า 8,433 ล้านบาท (21%) ส่วนกองทุนญี่ปุ่นและอเมริกาก็มีเงินไหลเข้าไม่น้อยเช่นกันที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท เท่าๆ กัน

กองทุนหุ้นไทยเองก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยในปีนี้มีเงินไหลเข้าอีก 2.8 หมื่นล้านบาท ทำให้มียอดเงินไหลเข้าติดต่อกันเป็นไตรมาส 11 รวมเป็นเงินกว่า 8 หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมนั้นสูงกว่า 1.76 แสนล้านบาท ซึ่งเติบโตกว่า 300% นับจากปี 2550 เนื่องจากดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นอีกปีหนึ่ง

ส่วน Trigger fund นั้นถือเป็นอีกปีที่มีสถิติเกิดขึ้นใหม่ นั่นก็คือมีจำนวนกองทุน Trigger fund เปิดมากที่สุดถึง 93 กองทุน ทำลายสถิติเดิมเมื่อปี 2556 ที่มีการเปิดกันมากถึง 90 กองทุน แต่ยังไม่สามารถทำลายสถิติในส่วนของเม็ดเงินที่ทำยอดเสนอขายประชาชนครั้งแรกหรือ IPO ได้ โดยในปี 2557 นี้ทำได้ 4.5 หมื่นล้านบาท

ส่วนผลการดำเนินการนั้น Trigger Fund ที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยสามารถลงทุนและทำผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายจำนวน 17 กองทุน และ 18 กองทุนสำหรับกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นต่างประเทศ

ในส่วนของผลตอบแทนกองทุนในปี 2557 นั้น ต้องเรียกว่าสดใสและยอดเยี่ยมในเกือบทุกประเภทกองทุน ซึ่งกลุ่มที่ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงที่สุด คือ กลุ่มกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นไทย นำโดยกองทุนหุ้น Equity Small/Mid-Cap ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย 18.48% และกองทุนหุ้น Equity Large Cap ก็ทำได้ดีเช่นกันที่เฉลี่ย 15.81% ขณะที่ SET Index ทำได้ 15.3%

ส่วนกองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้แย่ที่สุดนั้นคงหนีไม่พ้นกลุ่มกองทุนน้ำมันที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่ตกลงอย่าง
ต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี จนทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนในกลุ่มนี้นั้นติดลบหนักถึง -43.32%

ปีนี้กองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนในและต่างประเทศดูจะทำผลตอบแทนได้ดี โดยกลุ่ม Short Term Bond และ Mid/Long Term Bond นั้นสามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ดีที่ 3.01% และ 4.01% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่ม Global Bond และ Emerging Market Bond นั้นทำ
ผลตอบแทนเฉลี่ยได้ที่ 3.27% และ 2.57% ตามลำดับ

ปิดท้ายกันด้วยความนิยมของกองทุน LTF และ RMF ที่ยังไม่เสื่อมคลาย มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกองทุน LTF ที่แม้จะมีข่าวรบกวนตลอดทั้งปีถึงความไม่แน่นอนของการต่ออายุโครงการที่จะหมดลงในปี 2559 โดยปีนี้กองทุน LTF มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิทำลายสถิติที่ 3.5 หมื่นล้านบาท สูงสุดตลอดกาล และเงินลงทุนยังคงทะลักเข้าในช่วงไตรมาส 4 อย่างล้นหลามอีกเช่นเคย

ขณะที่ RMF ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยทำสถิติมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิติดต่อกัน ไตรมาส 11 นับแต่ไตรมาส 2 ของปี 2555 โดยรวมทั้งปีมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 1.7 หมื่นล้านบาท และทำให้สัดส่วนของ RMF ที่เน้นลงทุนในหุ้นมีส่วนแบ่งสูงสุดที่ 40.47% แซงหน้าประเภทที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 33.94% ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีที่ผู้ลงทุนเริ่มเห็นความสำคัญของการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนให้สอดคล้องกับระดับการรับความเสี่ยงและเป้าหมายทางการลงทุนของแต่ละคน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท