posttoday
แอสเซทพลัสออกกองทุนดักอาฟต้า

แอสเซทพลัสออกกองทุนดักอาฟต้า

15 มิถุนายน 2553

แอสเซท พลัส ออกกองทุนดักทางอาฟต้า เน้นลงทุนในหุ้นที่คาดว่าได้รับประโยชน์จากการเปิดเขตการค้าเสรี

แอสเซท พลัส ออกกองทุนดักทางอาฟต้า เน้นลงทุนในหุ้นที่คาดว่าได้รับประโยชน์จากการเปิดเขตการค้าเสรี

นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส กล่าวว่า ตั้งแต่วันนี้ – 22 มิ.ย. เปิดขายกองทุนเปิด แอสเซท พลัส สมาร์ท 5 (ASP-SMART5) เน้นลงทุนในหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) โดยเฉพาะผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ ที่มีความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนต่ำ ได้แก่ หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์

ขณะที่ หุ้นขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ได้แก่ หุ้นในกลุ่มพลังงาน  และกลุ่มธนาคารพาณิชย์  และหุ้นของบริษัทที่เป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรม ที่มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิหรือมีศักยภาพในการเติบโตสูง ได้แก่ หุ้นในกลุ่มธุรกิจเกษตร กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มการแพทย์ หุ้นกลุ่มอิเลคทรอนิค และกลุ่มพาณิชย์ ซึ่งหุ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่เลือกลงทุนจะเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล สูง

ทั้งนี้  ASP-SMART5  เป็นกองทุนผสมที่มีอายุโครงการ 1 ปี สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างตราสารทุนและตราสารหนี้ได้  0–100% เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมีความยืดหยุ่นในด้านการลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น เพื่อหาจังหวะเข้าลงทุนในช่วงที่ตลาดเหมาะสม และมีเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนสุทธิที่ระดับ 10% โดยเริ่มทยอยทำกำไรด้วยวิธีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนปรับขึ้นผ่านจุดที่มีมูลค่าเท่ากับ 10.50 บาทหรือ 5% ของเงินลงทุนเริ่มแรก  และปิดกองทุนเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนผ่านระดับ 11.00 บาท หรือเมื่อครบอายุกองทุน 1 ปี แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดก่อน

นอกจากนี้ นางลดาวรรณ ยังกล่าวว่า กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 2 (ASP-SMART 2) มีมูลค่าหน่วยลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นจนสามารถรับซื้อคืนหน่อยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน (Auto Redemption) ได้อีก 0.50 บาท  คิดเป็นอัตราการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 52 รวม 15% ขณะที่ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน

นางลดาวรรณ กล่าวว่า สำหรับมุมมองการปรับตัวของตลาดหุ้นในปีนี้ คาดว่า หากความกังวลด้านปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศยุโรป และความกังวลด้านการเมืองในประเทศปรับลดลง ตลาดหุ้นไทยก็มีโอกาสที่ตลาดจะเริ่มปรับสูงขึ้นได้ จากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจและแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนและอัตราการจ่ายเงินปันผลยังอยู่ในระดับที่ดี โดยบริษัทฯ คาดว่าเป้าหมายดัชนีในปีนี้น่าจะมีโอกาสปรับขึ้นมาที่ระดับ 820 จุดได้ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท