posttoday
เส้นทางรถไฟจีน-ไทย โอกาสและความท้าทาย

เส้นทางรถไฟจีน-ไทย โอกาสและความท้าทาย

19 มกราคม 2558

ประเทศจีนปัจจุบันได้ก้าวเข้ามาเป็นมหาอำนาจทั้งด้านเศรษฐกิจและการทหารมีบทบาทบนเวทีโลก เป็นประเทศแรกที่ประกาศยอมรับรัฐบาล (คสช.) ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะประเทศจีนได้ดำเนินการในลักษณะเช่นนี้เมื่อครั้งที่ประเทศไทยมีการปฏิวัติมาก่อนหน้านี้ อีกทั้งประเทศจีนเป็นประเทศนอกอาเซียนประเทศแรกที่เชิญนายกรัฐมนตรีให้เดินทางไปเยี่ยมอย่างเป็นทางการ

ประเทศจีนปัจจุบันได้ก้าวเข้ามาเป็นมหาอำนาจทั้งด้านเศรษฐกิจและการทหารมีบทบาทบนเวทีโลก เป็นประเทศแรกที่ประกาศยอมรับรัฐบาล (คสช.) ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะประเทศจีนได้ดำเนินการในลักษณะเช่นนี้เมื่อครั้งที่ประเทศไทยมีการปฏิวัติมาก่อนหน้านี้ อีกทั้งประเทศจีนเป็นประเทศนอกอาเซียนประเทศแรกที่เชิญนายกรัฐมนตรีให้เดินทางไปเยี่ยมอย่างเป็นทางการ

ปัจจุบันจีนมีบทบาทที่เด่นชัดกว่าสหรัฐ ทั้งทางการค้าการลงทุนและการทหารในภูมิภาคอาเซียน ในด้านเศรษฐกิจในปี 2557 จีนเป็นคู่ค้าส่งออกลำดับที่ 1 ของไทย ด้วยมูลค่า 25,052 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ผ่านมาการส่งออกเคยขยายตัวได้ดีมาโดยตลอด แต่ปีที่แล้วเศรษฐกิจของจีนมีการชะลอตัว ส่งผลให้การส่งออกของไทยไปจีนขยายตัวติดลบร้อยละ 6.7 ขณะที่ประเทศฮ่องกงซึ่งเป็นคู่ค้าส่งออกลำดับที่ 5 ก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน โดยไทยส่งออกได้ถึง 1.27 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศจีนจึงเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยและของอาเซียน

ปัจจุบันประเทศจีนประกาศชัดเจนว่า อาณาบริเวณทะเลจีนใต้เป็นเขตอิทธิพลทั้งด้านเศรษฐกิจและทางทหาร เห็นได้กับกรณีความขัดแย้งในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะเซนกากุ หรือหมู่เกาะเตียวหยู ซึ่งจีนมีความขัดแย้งกับหลายประเทศ โดยมีการคุกคามทั้งญี่ปุ่นและประเทศฟิลิปปินส์ ถึงขนาดที่ประเทศทั้งสองเพิ่มระดับความร่วมมือทั้งทหารกับประเทศสหรัฐ ซึ่งทางทำเนียบขาวก็ประกาศกร้าวสนองตอบในการคุ้มครองประเทศทั้งสองหากได้รับการโจมตีจากประเทศจีน

ดังนั้น จีนจึงให้ความสนใจกับประเทศในอาเซียนเพื่อคานกับสหรัฐ ซึ่งไทยเหมือนกับประตูหลังบ้านของจีน ขณะที่จีนเริ่มที่จะมีบทบาทในการขยายอิทธิพลเข้ามาควบคุมเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งดูเหมือนประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐก็ไม่ค่อยสบายใจนัก เห็นได้จากคราวที่ประธานาธิบดีโอบามาได้มาเยือนประเทศไทย เมื่อเดือน พ.ย. 2555 ซึ่งกรณีความสัมพันธ์ไทย-จีนและสหรัฐควรจะให้มีการถ่วงดุลและไม่ตกไปอยู่ในเบี้ยล่างของประเทศใด

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์จีนกับประเทศอาเซียนอย่างเวียดนามและประเทศพม่าอาจไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากประเทศทั้งสองค่อนข้างระแวงการครอบงำจากจีน เห็นได้จากการที่ประเทศเวียดนามไม่ตกลงให้จีนสร้างทางรถไฟไฮสปีดเทรนฮานอย-โฮจิมินห์ ขณะที่ประเทศพม่าก็ยังไม่ตัดสินใจให้จีนสร้างทางรถไฟจากมณฑลยูนนานผ่านรัฐฉานมายังท่าเรือจ็อกผิวว์ในรัฐยะไข่ ซึ่งก่อนหน้านี้จีนได้รับสัมปทานในการสร้างท่าเรือน้ำลึกและว่างท่อก๊าซ

กรณีประเทศไทย จีนได้ใช้จังหวะที่เหมาะสมในการกดดันเร่งรัดจนนำไปสู่ให้ประเทศไทยมีการลงนาม MOU เส้นทางรางเชื่อมโยงกับจีนได้สำเร็จเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นโครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่เป็นทางมาตรฐานขนาด 1.435 เมตร จากหนองคาย-ท่าเรือมาบตาพุด จ.ระยอง และเส้นทางจากแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทางรวมกัน 873 กิโลเมตร งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 4 แสนล้านบาท 

อีกทั้งยังขอให้ไทยช่วยล็อบบี้กับประเทศลาวในการเชื่อมต่อทางรถไฟไทยผ่านเวียงจันทน์-หลวงพระบาง จนถึงนครคุนหมิง ซึ่งจะเป็นการเติมความฝันของจีนในการสามารถออกสู่ทะเลทางใต้และเชื่อมระบบรถไฟจีน-อาเซียนได้สำเร็จ ขณะที่ประเทศไทยก็ได้ประโยชน์จากการเป็นศูนย์กลางขนส่งทางรางของภูมิภาคไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ดี เส้นทางเชื่อมโยงจีน-อาเซียน ไม่ใช่เพิ่งมีในรัฐบาลชุดนี้ โดยก่อนหน้านี้จีนมียุทธศาสตร์มุ่งลงใต้ หรือที่เรียกว่า “Look South Policy” โดยมีแนวคิดในการสร้างเส้นทางรถไฟคุนหมิง-กรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ แต่ยังไม่สามารถเลือกเส้นทางใดที่เหมาะสม อีกทั้งเส้นทางรถไฟที่หวังว่าจะเชื่อมต่อฮานอยกับมณฑลกว่างสีของจีนไม่ประสบความสำเร็จ

ดังนั้น เส้นทางเชื่อมต่อจีน-ลาว-หนองคาย-กรุงเทพฯ จึงเป็นความหวังของประเทศจีน เพราะก่อนหน้านี้จีนมาเจรจากับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยไม่ประสบความสำเร็จ จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบันจึงได้มีการลงนามข้อตกลง คาดว่าจะก่อสร้างเดินรถได้ในปี 2560 ซึ่งจะทำให้จีนใช้ไทยเป็นฮับในการขนส่งสินค้าไปสู่มาเลเซียได้สำเร็จ

เส้นทางดังกล่าวจะกลายเป็นทางสายไหมเส้นใหม่ คงจะเป็นทั้งโอกาสด้านการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันความท้าทายจากการเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรราคาถูกจากจีนเข้าสู่ตลาดของไทยได้สะดวก โดยสามารถเชื่อมต่อภาคอีสาน ภาคตะวันออก และเชื่อมต่อไปสู่ภาคใต้ ทั้งนี้ควรจะนำกรณีศึกษาของเส้นทางถนนสายเชียงของ-คุนหมิง หรือเส้นทาง R3A และเส้นทางขนส่งแม่น้ำโขง เชียงแสน-ก่วนเล่ย (มณฑลยูนนาน) ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่ใช้เส้นทางเหล่านี้ เป็นสินค้าจีนราคาถูกและพืชผลเกษตรเข้ามาแย่งตลาดสินค้าไทย

รัฐบาลควรจะมีมาตรการทั้งเชิงรุกเชิงรับ เพราะยุทธศาสตร์การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของจีนที่เคยใช้กับเวียดนามและ สปป.ลาว คือไม่ได้ขนเฉพาะสินค้า แต่จะขนคนเข้ามาแย่งที่ทำมาหากิน เรื่องพวกนี้ระวังกันไว้ก่อน...ก็ไม่เสียหายนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท