
รายย่อยชิงโอกาส ดิจิทัลอีโคโนมี
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัลอีโคโนมี ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นความหวังว่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีอัตราการเติบโตสูง จากเดิมอัตราการเติบโตของตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะอยู่ที่ 5% อาจจะเติบโตถึง 9%
ขณะที่ธุรกิจซื้อขายออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ นับวันจะเติบโตเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 7 แสนล้านบาท และเติบโต 20-25% ต่อปี หากภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหันมาใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ เชื่อว่าจะช่วยสร้างโอกาสการเติบโตให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น
ศิริรัตน์ โกศการิกา อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ และรองผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญการตลาดภูมิภาคเอเชีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (วิทยาเขตบางเขน) กล่าวว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเกิดและเติบโตในประเทศไทยมากว่า 10 ปี แต่ที่ผ่านมาการพัฒนายังเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น แต่เมื่อภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการมีโอกาสขยายธุรกิจให้กว้างขวางและสามารถประสบความสำเร็จได้ โดยเฉพาะรายย่อย ซึ่งต้องใช้เครื่องมือดังกล่าวอย่างเข้าใจ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า “ดิจิทัล” เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจ คือ 1.ช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากใช้ระบบบริหารจัดการต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต 2.มีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยในการบริหารสต๊อกสินค้า 3.การพัฒนาด้านการตลาด สามารถต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ง่าย เพราะสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูล ที่สื่อสารระหว่างลูกค้ากับบริษัทมาต่อยอด 4.ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การขยายตลาดต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น และ 5.ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน
“ประเทศเกิดใหม่ก็มีโอกาสเป็นเจ้าตลาดได้ ด้วยการค้าขายผ่านระบบดิจิทัล เพราะสามารถดึงคนจากทั่วโลกให้เข้ามาสนใจสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ สินค้าดั้งเดิมของแต่ละท้องถิ่น จะได้รับความสนใจ เพราะคนทั่วโลกเบื่อกับสินค้าที่มีอยู่ทั่วไป” ศิริรัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล คือ คู่แข่งจะมีจำนวนมาก ไม่แค่เฉพาะในประเทศ ต้องแข่งขันกับทั่วโลก ขณะที่วงจรของสินค้าจะสั้นลง ผู้ประกอบการต้องปรับ เปลี่ยนเร็ว ไม่เช่นนั้นมีโอกาสเพลี่ยงพล้ำได้ ดังนั้นในเศรษฐกิจดิจิทัลนี้ เอสเอ็มอีจะอยู่รอดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการธุรกิจของแต่ละองค์กรเพื่อให้อยู่รอด
ขณะที่ภาครัฐนอกเหนือจากการลงทุนวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลแล้ว ต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยเอื้อต่อการลงทุนและดำเนินธุรกิจดิจิทัล รวมทั้งให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย เพราะเมื่อผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นกับการซื้อสินค้าผ่านระบบดิจิทัล การเติบโตของธุรกิจก็ตามมา







