
เครื่องนุ่งห่มหนีพิษจีเอสพี
อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มเพิ่มส่งออกญี่ปุ่น จีน อาเซียน หลังอียูตัดจีเอสพี หวั่นเสียตลาดให้เวียดนาม
อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มเพิ่มส่งออกญี่ปุ่น จีน อาเซียน หลังอียูตัดจีเอสพี หวั่นเสียตลาดให้เวียดนาม
นายวัลลภ วิตนากร ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยว่า ตอนนี้สิ่งที่ผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มกังวล คือเรื่องที่ไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ในการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งผู้ประกอบการต้องหาตลาดใหม่เพื่อทดแทน เพราะเชื่อว่าจากนี้ไปคำสั่งซื้อจากอียูอาจไม่ได้เพิ่มมาก โดยปัจจุบันยุโรปคือตลาดส่งออกหลักของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย หรือมีสัดส่วนอยู่ที่ 25%
สำหรับตลาดส่งออกที่จะเป็นความหวังของไทยในปัจจุบัน ได้แก่ ญี่ปุ่น ที่คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการส่งออกเป็น 17-18% จากปัจจุบันอยู่ที่ 13% ตลาดจีนจะเพิ่มเป็น 7% จากเดิม 5% และตลาดอาเซียนที่สามารถขยายการส่งออกได้อีกมาก โดยเฉพาะในกัมพูชา ลาว และพม่า เนื่องจากเศรษฐกิจกำลังขยายตัว มีการลงทุนสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จำนวนมาก จึงเป็นโอกาสให้เครื่องนุ่งห่มไทยเข้าไปเจาะตลาด เพราะแบรนด์ไทยได้รับการยอมรับในตลาดอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ต้องการให้ภาครัฐช่วยประสานงานสนับสนุนให้แบรนด์ไทยทำตลาด หรือวางสินค้าในห้างสรรพสินค้าในตลาดเพื่อนบ้าน เพื่อเพิ่มช่องทางในการกระจายสินค้า
ทั้งนี้ ขณะที่ไทยสูญเสียสิทธิจีเอสพี เวียดนามกำลังเจรจาทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับอียูอยู่ ทำให้ผู้ซื้อหันไปสั่งซื้อสินค้าจากเวียดนามมากขึ้น หากปล่อยไว้ภายใน 2-3 ปี อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยอาจเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับเวียดนามเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันมูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของไทยอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่เวียดนามมีมูลค่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
“ต้องยอมรับว่าไทยเสียตลาดให้กับเวียดนามมานานแล้ว เพราะเวียดนามมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำกว่า ปัจจุบันมูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามก็มากกว่าไทยถึง 6 เท่าตัว สิ่งที่ไทยทำได้ คือพยายามรักษาฐานที่มีอยู่ไว้ให้ได้นานที่สุด” นายวัลลภ กล่าว







