posttoday
แนวโน้มการลงทุน ’58 ฟิลลิป ฟันธง ดี 4 ร้าย 2

แนวโน้มการลงทุน ’58 ฟิลลิป ฟันธง ดี 4 ร้าย 2

19 มกราคม 2558

“เนื่องจากปี 2558 นี้ มีปัจจัยเสี่ยงมากกว่าปัจจัยบวกในหลายๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ดังนั้นการลงทุนในปี 2558 นี้ คงจะเน้นไปที่การจัดสินทรัพย์ลงทุนให้เหมาะสม เพื่อที่จะได้ลดความผันผวนให้น้อยลง” สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำไว้ใน “รายงานพิเศษ : สรุปภาวะตลาดและแนวทางการลงทุนในปี 2015”

“เนื่องจากปี 2558 นี้ มีปัจจัยเสี่ยงมากกว่าปัจจัยบวกในหลายๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ดังนั้นการลงทุนในปี 2558 นี้ คงจะเน้นไปที่การจัดสินทรัพย์ลงทุนให้เหมาะสม เพื่อที่จะได้ลดความผันผวนให้น้อยลง” สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำไว้ใน “รายงานพิเศษ : สรุปภาวะตลาดและแนวทางการลงทุนในปี 2015”

ในรายงานพิเศษฉบับนี้ สินทรัพย์ที่เหมาะสมในมุมมองของ สานุพงศ์ คือ ตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว โดยทั้งตลาดหุ้นสหรัฐ ตลาดหุ้นยุโรป และตลาดหุ้นญี่ปุ่น ต่างได้รับแนะนำให้ “บุก” ทั้งนั้่น โดยเฉพาะตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ให้น้ำหนักการบุกมากเป็นพิเศษและอีกตลาดหนึ่งยกธงให้บุกเบาๆ พอประมาณ คือ ตลาดหุ้นจีน

“ในปีนี้ยังคงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เนื่องจากมีการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น ญี่ปุ่น และ ยุโรป ที่มีนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ส่วนสหรัฐ เองก็ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง”

แต่อีก 2 ตลาดที่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำให้ “ยกธงขาว” และหลบไปไกลๆ คือ ทองคำ และ นํ้ามัน

“ความต้องการทองคำในปัจจุบันกำลังลดน้องลง เนื่องจากทองคำเองไม่ได้ให้ดอกเบี้ยกับนักลงทุน แต่ในทางกลับกัน แนวโน้มพันธบัตรของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสหรัฐ และอังกฤษกำลังจะเพิ่มขึ้น จึงกดดันให้ความต้องการทองคำลดลง ถึงแม้จากสถิติแล้ว ในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงแรกจะทำให้ราคาทองคำผันผวนในช่วงสั้นๆ และกลับเพิ่มขึ้นในภายหลัง แต่เรามองว่า ปัจจัยเสี่ยงในการลงทุนยังคงมากอยู่”

สำหรับการลงทุนน้ำมัน สานุพงศ์ ประเมินว่า ปริมาณน้ำมันยังคงล้นตลาดจากการที่กลุ่มโอเปกยังมีแนวโน้มผลิตน้ำมันตามปกติและไม่มีทีท่าว่าจะลดการผลิตลง ทำให้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำแบบนี้ต่อไป

“เราคาดว่า อาจจะต้องใช้เวลา 3-6 เดือนขึ้นไป จึงจะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้น”

นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 ตลาดที่ “ทรงๆ” คือ ตราสารหนี้ ทั้งตราสารหนี้ไทยและตราสารหนี้ต่างประเทศ ตลาดหุ้นไทย และอสังหาริมทรัพย์ไทย

แต่ดูเหมือนว่า ตลาดที่เฉยๆ ค่อยไปทางบวกนิดหน่อย คือ ตราสารหนี้ไทย เพราะ สานุพงศ์ บอกว่า ยังสามารถลงทุนได้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนของประเทศไทย อาจทำให้ดอกเบี้ยปรับลดลงได้ ผิดกับ ตราสารหนี้ต่างประเทศ ออกจากค่อนไปทางลบสักหน่อย

“การลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศในช่วงปีนี้อาจจะมีความผันผวนในทางลบมากกว่าทางบวก เนื่องจากการปรับดอกเบี้ยขึ้นของสหรัฐ ทำให้ตราสารหนี้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ตราสารหนี้ในยุโรปยังคงลงทุนได้ เพราะอัตราดอกเบี้ยยังต่ำมาก และไม่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปีนี้”

สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้จะอยู่ในภาวะไม่ต้องบุก แต่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ยังบอกว่า “ยังน่าลงทุน แม้ปัจจัยเสี่ยงจะเยอะ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท