
ช่วยซื้อหุ้นSCCไตรมาส4กำไรลดเล็กน้อย
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง คาดกำไรงวดไตรมาส 4 ปี 2557 ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ลดเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายสิ้นปี 2558 ที่ 540 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง คาดกำไรงวดไตรมาส 4 ปี 2557 ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ลดเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายสิ้นปี 2558 ที่ 540 บาท
SCC จะมีกำไรไตรมาส 4 อยู่ที่ 7,500 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4% จากไตรมาส 3 ปี 2557 กำไรสุทธิที่ลดลง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยจากการขาดทุนสินค้าคงคลังในธุรกิจปิโตรเคมี เงินปันผลรับจากโตโยต้าที่ลดลงและไม่มีกำไรจากการขายเงินลงทุนเหมือนปีก่อน ส่วนที่คาดว่าจะลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2557 นั้นมาจากขาดทุนสินค้าคงคลังนโยบายสินค้าคลังและส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นช่วยลดผลกระทบจากการขาดทุนสินค้าคงคลัง
ผลการดำเนินงานธุรกิจปิโตรเคมีจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยบริษัทจะขาดทุนสินค้าคงคลังที่เพียง 2,500 ล้านบาท เนื่องจาก SCC ปรับลดระดับสินค้าคงคลังครึ่งหนึ่งเหลือเพียงราวๆ 1.5 สัปดาห์
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาแนฟทาลดลงมากกว่าราคาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำอยู่มากส่วนต่างราคา HDPE-แนฟทา และ PP-แนฟทา เฉลี่ยอยู่ที่ 790 เหรียญสหรัฐ/ตัน และ 810 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามลำดับในไตรมาส 4 ปี 2557 เพิ่มขึ้นจาก 691 เหรียญสหรัฐ/ตัน และ 716 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในไตรมาส 3 ปี 2557
สิ่งที่สำคัญคือ ส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นนี้ ส่วนใหญ่มาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่มากขึ้น (อันได้แก่ HDPE-เอทิลีน และ PP-โพรพิลีน) ดังนั้น SCC ซึ่งถือหุ้นในหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์ปลายน้ำเต็มจำนวน แต่ถือหุ้นเพียง 2 ใน 3 ของหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์ต้นน้ำ จึงคาดจะได้รับผลประโยชน์ค่อนข้างมาก
ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำช่วยขยายระยะวงจรขาขึ้นของโอเลฟินส์ถึงปี 2560 ราคาน้ำมันดิบที่ต่ำอาจส่งผลให้แผนการขุดก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดานในสหรัฐต้องเลื่อนออกไป ซึ่งจะส่งผลให้โรงงานผลิตโอเลฟินส์ที่ใช้ก๊าซจากแหล่งดังกล่าวต้องเลื่อนออกไปด้วย ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์จะอยู่ในช่วงขาขึ้นจนถึงสิ้นปี 2560 หนุนจากความต้องการโอเลฟินส์ทั่วโลกที่คาดจะเติบโต 4-5% ต่อปีในช่วงปี 2558-2560
ในขณะที่การผลิตคาดจะเพิ่มขึ้นเพียง 3-4% ต่อปี คาดการผลิตซีเมนต์สูงขึ้นในไตรมาส 2/2558 และความต้องการวัสดุก่อสร้างสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ความต้องการใช้ซีเมนต์ภายในประเทศมีแนวโน้มหดตัว 1-2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาส 4/2557 ในขณะที่ราคาซีเมนต์คาดจะทรงตัวที่ 1,950 บาท/ตัน SCC มองว่าความต้องการจะทรงตัวในไตรมาสแรกปี 2558 และจะเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2558 และหลังจากนั้นจะเติบโตอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการปีนี้เติบโตเฉลี่ย 4-6%
“เรามองว่าความต้องการวัสดุก่อสร้างจะเริ่มฟื้นตัวช้ากว่าซีเมนต์ราว 3-6 เดือน จึงคาดว่าความต้องการจะเริ่มกลับมาเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ทั้งนี้ SCC เชื่อว่าราคาซีเมนต์จะทรงตัวได้ แม้ว่าจะมีการผลิตใหม่จากบริษัท ทีพีไอโพลีน (TPIPL) เข้ามาในตลาด เนื่องจาก TPIPL มีแนวโน้มที่จะส่งออกผลผลิตใหม่ที่ออกมาไปยังต่างประเทศ”







