
สามารถแตกธุรกิจลดเสี่ยง
กลุ่มสามารถแตกธุรกิจใหม่ ลุยพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน กระจายความเสี่ยง
กลุ่มสามารถแตกธุรกิจใหม่ ลุยพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน กระจายความเสี่ยง
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า นับจากปีนี้เป็นต้นไป บริษัทจะขยายธุรกิจใหม่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานและธุรกิจโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและลดความเสี่ยงจากธุรกิจโทรคมนาคมที่มีความอ่อนไหวจากการเมือง เศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภค
ทั้งนี้ จากโครงสร้างบริษัทที่ประกอบด้วยธุรกิจเดิม คือ สายไอซีทีโซลูชั่น สายธุรกิจโมบายล์มัลติมีเดีย และสายธุรกิจใหม่ที่เริ่มดำเนินการในปี 2557 ที่ผ่านมาคือ ยู-ทรานส์ หรือ ยูทิลิตี้แอนด์ทรานสปอร์ตเทชั่นส์ ธุรกิจด้านบริการเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค จะเป็นธุรกิจที่สร้างการเติบโตในอนาคต
สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 60 ของกลุ่มสามารถ ซึ่งในทศวรรษที่ 7 นี้ บริษัทได้กำหนดวิสัยทัศน์ 5 ปี นับจากปีนี้ ในปี 2563 จะมีรายได้ทั้งกลุ่มรวม 1 แสนล้านบาท ขณะที่ปี 2558 ตั้งเป้ารายได้ที่ 3 หมื่นล้านบาท เติบโต 20-30% จากปี 2557 ที่ผลประกอบการต่ำกว่าเป้าหมาย 10-20%
ทั้งนี้ การประกาศเป้าหมายรายได้แสนล้านและการขยายธุรกิจใหม่ๆ ครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมองเห็นโอกาสจากปัจจัยหนุนหลายด้าน ทั้งการผลักดันเศรษฐกิจผ่านนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี ของรัฐบาล การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีเต็มรูปแบบ การขยายเครือข่ายการสื่อสารจาก 3G สู่ 4G รวมถึงการขยายเครือข่ายดิจิทัลทีวี ซึ่งล้วนแต่เอื้อต่อธุรกิจของกลุ่มสามารถ
สำหรับในส่วนของธุรกิจใหม่ที่จะสร้างรายได้จากยู-ทรานส์ มีโปรเจกต์ใหญ่ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจาหาผู้ร่วมทุนคือ ธุรกิจพลังงาน ทั้งการสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะ ที่คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในครึ่งปีแรกนี้ การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 2,000 เมกะวัตต์ รวมถึงการเข้าชิงโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มีมูลค่ารวมถึง 1 แสนล้านบาท ใน 3 ปี
จากนี้
“หากสามารถเซ็นสัญญาสร้างโรงไฟฟ้าได้ 2-3 โรง ภายในครึ่งปีแรกนี้ และสามารถเดินหน้าโรงงานถ่านหิน 2,000 เมกะวัตต์ได้ จะทำให้ต้องลงทุนในช่วง 5 ปีนับจากนี้ไม่ต่ำกว่าแสนล้าน” นายวัฒน์ชัย กล่าว







