
ตั้งงบขาดดุลเฉียด4แสนล.
ตั้งงบขาดดุล 2559 เพิ่มแสนล้าน ลุยกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบ
ตั้งงบขาดดุล 2559 เพิ่มแสนล้าน ลุยกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบ
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้สรุปตัวเลขการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2559 คาดว่าจะจัดเก็บได้ 2.33 ล้านล้านบาท และจะมีรายจ่ายประมาณ 2.72 ล้านล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้งบประมาณปี 2559 ขาดดุลอยู่ประมาณ 3.9 แสนล้านบาท หรือขาดดุลเพิ่มขึ้นถึง 1.4 แสนล้านบาท จากปีก่อนหน้าที่ขาดดุลอยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
“เป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องทำ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระต่อการคลัง และปัจจุบันการขาดดุลงบประมาณของเราก็ยังไม่ถึง 3% ของจีดีพีประเทศ” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังเสนอให้จัดทำงบประมาณแบบขาดดุลในช่วง 3.2-4 แสนล้านบาท แต่เนื่องจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ต้องการทำงบประมาณเพื่อการลงทุนปี 2559 ไม่ต่ำกว่า 20% ของงบประมาณทั้งหมด หรือประมาณ 5.34 แสนล้านบาท ทำให้รัฐบาลต้องทำงบขาดดุลค่อนข้างมาก แต่ก็ยังอยู่ในกรอบของการทำงบประมาณที่ตั้งขาดดุลได้ 20% ของงบประมาณรายจ่าย รวมกับอีก 80% ของต้นเงินชำระเงินกู้
ทั้งนี้ สำหรับการประมาณรายได้ปี 2559 จำนวน 2.33 ล้านล้านบาทนั้น หากเทียบกับประมาณการรายได้ปีงบประมาณ 2558 ที่ตั้งไว้ 2.32 ล้านล้านบาท ดูเหมือนจะไม่เพิ่มขึ้นเลย แต่การประมาณรายได้เก็บจริงของปีงบประมาณ 2558 คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ เพื่อใช้คาดการณ์ประมาณการรายได้ของงบประมาณปี 2559 ซึ่งขยายตัวจากฐานที่เก็บได้จริงประมาณ 7% โดยคาดว่าเศรษฐกิจปี 2559 จะขยายตัว 4.2% ต่อปี
ด้าน นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า การทำงบประมาณแบบขาดดุลสูงนั้น ยังมีความจำเป็นในการดูแลเศรษฐกิจ เพราะประเทศมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งการลงทุน การชำระหนี้ และการลงทุนเพื่อสังคม ทั้งด้านสาธารณสุขและการศึกษา
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงการคลังจะพิจารณาตัดงบของหลายหน่วยงานที่ขอมามากเกินความจริง เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับหน่วยงานอื่นให้มีการตั้งงบประมาณรายจ่ายที่รอบคอบใช้ได้จริงและเหมาะสม







