
ยืนเป้าหุ้นปีนี้1,800
มองต่างมุม ซี แอล เอส เอ-ทรีนีตี้ ยืนยันเป้าหมายหุ้นสิ้นปี 1,800 จุด เงินต่างชาติเข้ามาลงทุน
มองต่างมุม ซี แอล เอส เอ-ทรีนีตี้ ยืนยันเป้าหมายหุ้นสิ้นปี 1,800 จุด เงินต่างชาติเข้ามาลงทุน
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “เศรษฐกิจไทย-ตลาดหุ้น 2558 : อนาคตบนทางแยก” ว่า ทางซี แอล เอส เอ ยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นปีนี้ที่ระดับ 1,810 จุด ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แม้ว่าสมมติฐานเรื่องราคาน้ำมันจะเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยประมาณการไว้ที่ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลงมาเหลือ 40 เหรียญสหรัฐ ก็ตาม และคาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) น่าจะเติบโต 16-17%
“เรายังคงเชื่อว่าดัชนีจะขึ้นไปถึง 1,800 จุดได้ จากความมั่นใจในภาพรวมของตลาด และเงินทุนต่างชาติน่าจะยังไหลเข้ามาลงทุนอีกครั้ง รวมถึงเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนไทยอยู่ในปริมาณที่สูง” นายปริญญ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้นบางตัว เช่น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ลงจาก 115 บาท มาอยู่ที่ 105 บาท และบริษัท ปตท. (PTT) ปรับจาก 470 บาท มาอยู่ที่ 444 บาท ก็ตาม แต่ราคาที่ปรับลงก็ไม่ได้ห่างจากเป้าเดิมมากนัก ขณะเดียวกันกำไรของกลุ่มอื่นๆ จะมีการเติบโตที่ดีจากราคาน้ำมันที่ลดลง เช่น ในกลุ่มอาหารและวัสดุก่อสร้าง
สำหรับกลุ่มหุ้นที่แนะนำให้ลงทุนเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายของภาครัฐ อาทิ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) และหุ้นเกี่ยวกับการบริโภคในประเทศ เช่นบริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) และบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) ส่วนหุ้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว คือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส (LH) และบริษัท บางกอกแลนด์ (BLAND)
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล. ทรีนีตี้ กล่าวสอดคล้องกันว่า ในครึ่งปีหลังดัชนีจะมีโอกาสปรับขึ้นถึง 1,800 จุด เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยช้ากว่าที่คาดไว้เดิม และการเกิดภาวะฟองสบู่แตกในตราสารหนี้ ทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น
สำหรับหุ้นที่แนะนำให้ลงทุนจะเน้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง คือ รับเหมาก่อสร้าง เสาเข็มเจาะ และสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ทั้งนี้หุ้นเด่นที่แนะนำมาตั้งแต่ต้นปีนี้ ได้แก่ บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) บริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEL) บริษัท ไพลอน (PYLON) และบริษัท ช.การช่าง (CK) เพียง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ให้ผลตอบแทนแล้วประมาณ 20%
นายชูศักดิ์ จงธนะพิพัฒน์ (อ.ธนูเกณฑร์) เจ้าของผลงานเขียนด้านโหราศาสตร์ กล่าวว่า การวิเคราะห์ทางโหราศาสตร์ พบว่าสหรัฐจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2558 จะเลื่อนไปขึ้นในปี 2559 และเชื่อว่าดัชนีดาวโจนส์จะมีโอกาสทะลุ 20,000 จุด ในปีนี้ ซึ่งจะส่งให้ตลาดหุ้นไทยได้รับอานิสงส์ด้วย ดัชนีหุ้นจะทำสถิติสูงสุด 1,800 จุด ส่วนประเทศที่เคยออกมาตรการคิวอีแล้วก็จะทำคิวอีซ้ำ ซึ่งจะเพิ่มเม็ดเงินในระบบ ส่งผลให้สภาพคล่องไหลเข้าตลาดหุ้นของประเทศเกิดใหม่
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ยังต้องเผชิญกับความผันผวนหลายด้าน โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับลดลงมาก รวมถึงนโยบายการเงินของประเทศขนาดใหญ่ที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ภาคการเงินของโลกผันผวนอย่างมาก ดังนั้นรัฐบาลจะต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้น และต้องดูแลปัจจัยเสี่ยงในประเทศ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 84% ของจีดีพี และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นถึง 89% ภายในปีนี้
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2558 ดัชนีหุ้นลดลง 5.64 จุด ปิดที่ระดับ 1,517.74 จุด โดยต่างชาติขายอีก 1,737 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนเปิดเผยผลสำรวจในเดือน ม.ค. พบว่ามีการปรับลดเป้าหมายดัชนีหุ้นปีนี้ลงจาก 1,698 จุด เหลือ 1,670 จุด ซึ่งเท่ากับการปรับลดของ บล.บัวหลวง







