
ร้านอาหารญี่ปุ่นแตกเซ็กเมนต์
ร้านอาหารญี่ปุ่นแข่งฝุ่นตลบ โออิชิเดินหน้าลงทุนต่อ หวัง 5 ปี ยอดขาย 1.3 หมื่นล้านบาท
ร้านอาหารญี่ปุ่นแข่งฝุ่นตลบ โออิชิเดินหน้าลงทุนต่อ หวัง 5 ปี ยอดขาย 1.3 หมื่นล้านบาท
นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัทโออิชิ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมูลค่าตลาดรวมกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท จะแข่งขันอย่างรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาและนับจากนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นจะมีการแตกเซ็กเมนต์ย่อยชัดเจนขึ้น เช่น ร้านราเม็ง อุด้ง ประเภทปิ้งย่าง เป็นต้น เนื่องจากฐานตลาดที่ใหญ่ขึ้น
“ปัจจุบันร้านอาหารในห้างเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นถึง 80% เพราะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับโออิชิจะไม่เน้นการแข่งราคาเป็นหลัก โดยจะเน้นการสร้างแบรนด์มากขึ้นเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว” นายไพศาล กล่าว
นอกจากนี้ จากเป้าหมายของกลุ่มไทยเบฟเวอเรจภายใต้วิชั่น 2020 หรือปี 2563 ที่ตั้งเป้าโต 2 หลักต่อเนื่อง ในส่วนของโออิชิที่เป็นบริษัทในเครือก็วางเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน โดยตั้งเป้าจะเพิ่มรายได้เป็น 1.3 หมื่นล้านบาท ในปี 2563 พร้อมทั้งเตรียมงบลงทุนรวม 3,000 ล้านบาท หรือปีละ 600 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาร้านอาหารในเครือปีละ 40-50 สาขาต่อเนื่อง จากปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 8,000 ล้านบาท หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากการเติบโตของธุรกิจอาหารทั้งในส่วนของร้านอาหารญี่ปุ่นและรองรับการขยายธุรกิจอาหารแช่แข็งและอาหารแช่เย็นที่จะรุกตลาดเพิ่มขึ้นในอนาคต บริษัทได้ลงทุน 1,000 ล้านบาท สร้างครัวกลางของธุรกิจอาหารโดยเฉพาะจากเดิมโรงงานร่วมกับธุรกิจเครื่องดื่ม โดยครัวกลางแห่งใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 195 ไร่ใน จ.ชลบุรี ปัจจุบันใช้พื้นที่ไปแล้ว 43 ไร่ โดยจะรองรับ 3 ธุรกิจคือ 1.ธุรกิจร้านอาหาร 2.ธุรกิจอาหารแช่เย็น และ 3.ธุรกิจอาหารแช่แข็ง สามารถรองรับการขยายธุรกิจได้อีก 10 ปี
สำหรับครัวกลางดังกล่าวได้เริ่มผลิตตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา มีกำลังการผลิตเกี๊ยวซ่าอยู่ที่ 14 ล้านชิ้น/เดือน แซนด์วิช 3.4 ล้านชิ้น/เดือน เบเกอรี่4 ล้านชิ้น/เดือน รวมถึงวัตถุดิบที่ส่งให้กับร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิอีก 1,579 ล้านตัน/เดือน และล่าสุดได้ขยายไลน์ลุ่มข้าวกล่องอาหารญี่ปุ่นแบรนด์“เทรนดี้” โดยเริ่มทดลองวางจำหน่ายแล้ว ตั้งเป้ารายได้จากสินค้ากลุ่มใหม่ 500 ล้านบาท ในปีนี้
นายไพศาล กล่าวอีกว่า นอกจากการบุกตลาดในประเทศแล้ว ยังวางเป้าหมายรุกตลาดส่งออกควบคู่กัน ซึ่งแผนงาน 5 ปีจากนี้จะสร้างรายได้จากตลาดส่งออกเพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาท โดยจะเริ่ม
ส่งออกไปจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียนเริ่มจากการจำหน่ายผ่านเครือข่ายของเอฟแอนด์เอ็น ที่มีฐานตลาดแข็งแกร่งในสิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น รวมทั้งมองการขยายตลาดนอกอาเซียน อาทิ ญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป อีกด้วย







