
สินเชื่อแบงก์’58 ฟื้น โครงการรัฐหนุนธุรกิจกู้
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยบทวิเคราะห์ว่า สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทย ปี 2558 นี้ คาดว่าจะขยายตัวอย่างระมัดระวังได้ราว 7.5% (กรอบ 7-8%) จาก 4% ในปีที่ผ่านมา บนเงื่อนไขที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวราว 4% โดยได้แรงขับเคลื่อนหลักมาจากสินเชื่อธุรกิจ ตามอานิสงส์การลงทุนและใช้จ่ายในประเทศที่ได้แรงกระตุ้นจากภาครัฐ ซึ่งจะช่วยหนุนธุรกิจโดยเฉพาะภาคก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง รวมถึงค้าปลีกและธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และธนาคารยังหันมาให้น้ำหนักกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากขึ้นด้วย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยบทวิเคราะห์ว่า สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทย ปี 2558 นี้ คาดว่าจะขยายตัวอย่างระมัดระวังได้ราว 7.5% (กรอบ 7-8%) จาก 4% ในปีที่ผ่านมา บนเงื่อนไขที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวราว 4% โดยได้แรงขับเคลื่อนหลักมาจากสินเชื่อธุรกิจ ตามอานิสงส์การลงทุนและใช้จ่ายในประเทศที่ได้แรงกระตุ้นจากภาครัฐ ซึ่งจะช่วยหนุนธุรกิจโดยเฉพาะภาคก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง รวมถึงค้าปลีกและธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และธนาคารยังหันมาให้น้ำหนักกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ คาดว่าสินเชื่อปล่อยใหม่สุทธิจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 4 แสนล้านบาท ในปี 2557 มาที่กว่า7 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตราฟื้นตัวดังกล่าวยังถือเป็นการเติบโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ที่ 11% โดยการเติบโตอย่างระมัดระวัง ยังสะท้อนผ่านมุมมองของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งที่ส่งสัญญาณว่า จะเน้นการปล่อยสินเชื่อควบคู่กับคุณภาพ เพื่อลดปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพ
สินเชื่อธุรกิจจะเป็นกลุ่มที่เติบโตได้ดีที่สุดทั้งในกลุ่มรายใหญ่ไปจนถึงเอสเอ็มอี จากแรงหนุนของภาคการส่งออกและการใช้จ่ายในประเทศแต่ยังเน้นไปที่สินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศ ส่วนสินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยเฉพาะรายใหญ่ ยังเผชิญการแข่งขันกับตลาดตราสารหนี้และช่องทางอื่นๆ อาทิ กองทุนเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และกองรีท
ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 6-11% จาก 2.5% ในปีที่แล้ว หลังผู้ประกอบการบางส่วนกลับมาทำตลาด โดยเฉพาะหากเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นการใช้จ่ายของครัวเรือนดีขึ้น ขณะที่สินเชื่ออื่นๆ จะขยายตัวใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ยกเว้นสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งคาดว่าจะชะลอตัวลงจาก 11% มาที่ 8.5-9.5% เนื่องจากฐานที่ใหญ่ขึ้น นโยบายเครดิตที่คงความระมัดระวัง และกลุ่มลูกค้าศักยภาพที่จำกัดลง
ศูนย์วิจัยฯ ย้ำด้วยว่า สินเชื่อในภาพรวมมีโอกาสต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 7-8% เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งอาจย้อนกลับมากระทบต่อเสถียรภาพด้านรายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าสินเชื่อได้ โดยปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเบิกจ่ายงบประมาณและโครงการลงทุนของภาครัฐ สถานการณ์การเมือง ความเสี่ยงของประเทศคู่ค้าสำคัญ และทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งมีผลต่อความต้องการสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน ที่มีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของสินเชื่อธุรกิจทั้งหมด หรือ 1 ใน 3 ของสินเชื่อรวม
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามผลของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ว่าด้วยค้ำประกันและจำนอง ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 ก.พ. เนื่องจากอาจกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อบางประเภท







