
‘เอชบีเค’โตได้ด้วยการให้
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
เมื่อเอ่ยถึงการขยายกิจการ หลายคนมักนึกถึงการใช้เงินมหาศาลลงทุนซื้ออุปกรณ์หรือจ้างงานเพิ่ม ทว่าสำหรับ เจซซามาย โรดริเกซ เจ้าของร้านเบเกอรี่ “ฮอต เบรด คิตเช่น” (เอชบีเค) ในนิวยอร์ก สหรัฐ ระบุว่ากิจการขยายได้ด้วยการเป็นผู้ให้
ทั้งนี้ เอชบีเค รับหน้าที่ผลิตเบเกอรี่ส่งขายให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตโฮล ฟู้ดส์ ซึ่งมีสาขาทั่วนิวยอร์ก ร้านค้าปลีกและตลาดหลายแห่ง โดยมีลูกจ้างอยู่ในความดูแลในปัจจุบัน 50 คน
อย่างไรก็ตาม แม้กิจการจะดำเนินได้ด้วยดี แต่ในมุมมองของโรดริเกซกลับพบว่าแทบไม่มีทางที่จะผลักดันให้ธุรกิจของตัวเองเติบโตไปมากกว่านี้ เนื่องจากตลาดเบเกอรี่ของนิวยอร์กที่เริ่มอิ่มตัว อีกทั้งยังมีคู่แข่งที่มากขึ้น
อุปสรรคและข้อจำกัดข้างต้นส่งผลให้ผู้ประกอบการหญิงรายนี้ คิดขยับขยายในตลาดใหม่บนพื้นฐานความถนัดของตน จนลงตัวที่การเปิดพื้นที่ครัวของบริษัทให้เช่า 24 ชั่วโมง ก่อนต่อยอดเป็นบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่สนใจเริ่มต้นกิจการด้านเบเกอรี่ในปี 2011
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ เอชบีเคได้กลายเป็นพี่เลี้ยงช่วยแนะนำดูแลบรรดามือใหม่หัดตั้งไข่ให้สามารถเดินต่อไปในตลาดอาหารและเบเกอรี่ของนิวยอร์กและสหรัฐทัั้งประเทศ
“ความรักในอาหารของชาวนิวยอร์กไม่มีวันหมด และจะยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ” โรดริเกซกล่าว ก่อนขยายความว่า ความรักหลงใหลนี้หมายความว่าชาวนิวยอร์กต้องการกินของอร่อยที่หลากหลาย และอยากลองของใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น โรดริเกซจึงคิดได้ว่าแทนที่จะใช้เวลาคิดค้นสูตรเบเกอรี่อาหารขึ้นใหม่ ทำไมไม่ลองเปิดทางให้คนอื่น ซึ่งมีสูตรอาหารหรือสูตรขนมที่คิดค้นเอง หรือสืบทอดกันมาในครอบครัวอยู่แล้ว
กิจการส่วนนี้ของเอชบีเค ซึ่งตั้งอยู่ในย่านอีสต์ ฮาร์เล็ม ไม่ไกลจากย่านแมนฮัตตันไปได้ดีมากทีเดียว ยืนยันได้จากธุรกิจกว่า 100 แห่งที่เอชบีเคดูแลอยู่ แถมมีแผนที่จะขยายอุปกรณ์และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ของบริษัท
ทั้งนี้ เอชบีเคยังถือเป็นผู้ประกอบการรุ่นแรกๆ ที่ต่อยอดธุรกิจตนเองด้วยการผันตัวเป็นพี่เลี้ยงที่ปรึกษา รวมถึงให้เช่าพื้นที่ครัวสำหรับเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งกำลังเป็นโมเดลธุรกิจที่ได้รับความนิยมในขณะนี้ เหตุผลส่วนหนึ่งเพราะราคาพื้นที่ในนิวยอร์กที่ค่อนข้างสูง
อาจเรียกได้ว่า สำหรับผู้ประกอบการอาหารและเบเกอรี่หน้าใหม่ที่เริ่มต้นจากกิจการขนาดเล็ก การลงทุนหาทำเลดีๆ สักแห่ง เพื่อใช้เป็นครัวถือเป็นเรื่องยาก และยากยิ่งกว่าหาตลาดวางขายสินค้า เนื่องจากปัจจุบันการขายสามารถทำได้สะดวกมากขึ้นผ่านโลกออนไลน์ แม้ไม่มีหน้าร้านให้ขายก็ตาม
“จุดแข็งที่ทำให้เราเป็นทางเลือกแรกของมือใหม่ก็คือกระบวนการผลิตที่เป็นระบบและการจัดส่งตามเวลาตลอด 24 ชั่วโมง” โรดริเกซระบุก่อนเสริมว่า ขั้นตอนการผลิตดังกล่าว บวกกับความสะอาดทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ได้รับออร์เดอร์จากลูกค้าสามารถลงมือผลิตและจัดส่งสินค้าได้ทันเวลา
ทั้งนี้ เอชบีเอจะคิดสนนค่าบริการชั่วโมงละ 17 เหรียญสหรัฐ พร้อมคิดค่าสมาชิกที่ปีละ 500 เหรียญสหรัฐ โดยค่าบริการดังกล่าว รวมบริการให้คำปรึกษาในหัวข้อต่างๆ เช่น โครงสร้างราคา การตลาด และการวางขายสินค้าในอินเทอร์เน็ต
ด้าน เกรซ มัวร์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารของเอชบีเค กล่าวเสริมอีกว่า ไม่ใช่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ทุกคนที่จะเป็นสมาชิกของเอชบีเค โดยทุกรายต้องการการตรวจสอบถึงความเป็นไปได้ และอยู่ในช่วงรอยต่อที่พร้อมจะโต ซึ่งหมายความว่าอย่างน้อยผู้ประกอบการขนาดเล็กเหล่านั้นต้องสามารถผลิตและขายสินค้าของตัวเองได้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี และห้องครัวที่บ้านที่ใช้ดำเนินการอยู่ไม่เพียงพอที่จะผลิตสินค้าป้อนคลาดอีกต่อไป







