posttoday
อิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นคืนถิ่น เยนอ่อนดันเมดอินเจแปน

อิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นคืนถิ่น เยนอ่อนดันเมดอินเจแปน

14 มกราคม 2558

ปัจจัยเงินเยนอ่อนค่าและการขาดแคลนแรงงานในประเทศจีน กำลังทำให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นกำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตกลับแดนซามูไรมากขึ้น

ปัจจัยเงินเยนอ่อนค่าและการขาดแคลนแรงงานในประเทศจีน กำลังทำให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นกำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตกลับแดนซามูไรมากขึ้น

สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า พานาโซนิค มีแผนย้ายไลน์การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านประมาณ 40 ชนิด กลับไปที่โรงงานในเมืองฟุคุโร่ย ซึ่งได้มีการศึกษาและทบทวนแผน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 พานาโซนิคได้ผลิตสินค้าประมาณ 70% ของทั้งหมดในต่างประเทศ แต่เมื่อกลางปี 2556 ได้ประกาศว่าจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้าในญี่ปุ่นจาก 30% เป็น 50% เนื่องจากเงินเยนอ่อนค่า โดยที่ผ่านมาได้ย้ายการผลิตเครื่องซักผ้าฝาบนจากจีนไปยังโรงงานเมืองฟุคุโร่ย ขณะที่ย้ายการผลิตเครื่องปรับอากาศและเครื่องซักผ้าฝาหน้าไปเมืองคุซะซึและเตาไมโครเวฟไปเมืองโกเบ

เช่นเดียวกับ แคนนอน ที่กำลังเกาะกระแสกลับบ้านเหมือนกัน หลังจากเงินเยนอ่อนค่าลงประมาณ 8% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว โดยแคนนอนระบุว่าจะเพิ่มสัดส่วนผลิตสินค้าในญี่ปุ่นจาก 40% เป็น 60% ของการผลิตทั้งหมดภายใน 3 ปี ซึ่งตอนนี้ทั้งเครื่องเอกสาร กล้องถ่ายรูป และพรินเตอร์รุ่นใหม่ๆ จะใช้ฐานผลิตในญี่ปุ่น ด้าน ชาร์ป ก็กำลังมองหาลู่ทางเพิ่มสัดส่วนผลิตทีวีจอแอลซีดีและตู้เย็นแบบเมดอินเจแปนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้ยังไม่มีบริษัทใดประกาศว่า การอ่อนค่าของเงินเยนเป็นปัจจัยที่ใหญ่มากพอจะทำให้บริษัททุ่มเงินลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างโรงงานใหม่ หรือเพิ่มไลน์ประกอบชิ้นส่วนในญี่ปุ่น

วิษณุ ลิ่มวิบูลย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทญี่ปุ่นแทบจะไม่มีการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในเมืองไทย โดยได้ย้ายจากไทยไปมาเลเซียและอินโดนีเซียมานานแล้ว โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มโทรทัศน์ เนื่องจากการผลิตโทรทัศน์เป็นการผลิตขนาดไม่ใหญ่มาก ย้ายฐานได้ง่าย และไทยมีปัญหาแรงงานไม่เพียงพอ แต่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในไทยทั้งหมด และเป็นการลงทุนขนาดใหญ่มาก ซึ่งคงไม่ย้ายออกไปไหนง่ายๆ

ขณะที่นักลงทุนเกาหลีได้ย้ายการลงทุนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ออกจากไทยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มโทรทัศน์ที่ย้ายไปเวียดนาม เนื่องจากมีแรงงานมากกว่าไทย ค่าแรงถูกกว่า และต้องการเข้าไปผลิตแบบรวมศูนย์ เพื่อสะดวกต่อการขนส่ง อีกทั้งเวียดนามยังมีตลาดท้องถิ่นขนาดใหญ่ การเข้าไปตั้งฐานผลิตจึงใกล้ตลาดมากกว่า ส่วนการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าของเกาหลียังคงมีอยู่ในเมืองไทยบ้าง

“ช่วงที่ผ่านมา เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นถูกสินค้าเกาหลีแย่งตลาดไปมาก แต่ตอนนี้สินค้าญี่ปุ่นเริ่มกลับมาครองตลาดอีกครั้ง โดยเฉพาะตู้เย็น และเครื่องซักผ้า”

สำหรับแนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมของไทย  คาดว่าปีนี้น่าจะขยายตัว 5% จากปี 2557 ที่ขยายตัวได้ 2% มูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยการเติบโตตลาดหลักยังเป็นตลาดในประเทศในส่วนของกล่องทีวีดิจิทัล  ส่วนการส่งออกมีญี่ปุ่นเป็นตลาดหลัก เพราะบริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานการผลิตในเมืองไทยส่งสินค้ากลับไปจำหน่ายที่ญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไทยพยายามจะผลักดันสินค้าแบรนด์ไทยโก้ออกไปจับตลาดในประเทศเพื่อนบ้านให้ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท