
อาร์เอสจัดทัพ รุกหนักธุรกิจสื่อปั๊มกำไร
หลังจากออกมาปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา วันนี้บริษัท อาร์เอส พร้อมแล้วที่จะประกาศการเป็นองค์กรที่ทำธุรกิจสื่ออย่าง เต็มรูปแบบเพื่อทดแทนธุรกิจเพลง ซึ่งเดิมทีถือ เป็นตัวธุรกิจหลักที่สร้างรายได้หลัก ภายใต้กลยุทธ์ คอร์ปอร์เรต รีดีไซน์ ที่จะเน้นไปในเรื่องของการผลิตคอนเทนต์ การบริหารลูกค้า การเพิ่มบุคลากร ด้านสื่อ และการสร้างแบรนด์ขององค์กรให้เป็น ที่รู้จักมากขึ้น
หลังจากออกมาปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา วันนี้บริษัท อาร์เอส พร้อมแล้วที่จะประกาศการเป็นองค์กรที่ทำธุรกิจสื่ออย่าง เต็มรูปแบบเพื่อทดแทนธุรกิจเพลง ซึ่งเดิมทีถือ เป็นตัวธุรกิจหลักที่สร้างรายได้หลัก ภายใต้กลยุทธ์ คอร์ปอร์เรต รีดีไซน์ ที่จะเน้นไปในเรื่องของการผลิตคอนเทนต์ การบริหารลูกค้า การเพิ่มบุคลากร ด้านสื่อ และการสร้างแบรนด์ขององค์กรให้เป็น ที่รู้จักมากขึ้น
สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้บริษัท ออกมาประกาศการเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจมีเดียอย่างเต็มรูปแบบ คือ การมีธุรกิจมีเดียที่ครอบคลุมทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทีวีดิจิทัล ซึ่งมีช่อง 8 เป็นผู้ดำเนินธุรกิจ ธุรกิจแซตเทิลไลต์ทีวี ดำเนินธุรกิจโดยช่อง 2 ช่องสบายดีทีวี และช่องยูชาแนล
ขณะที่ธุรกิจวิทยุมีคลื่นคูล 93 และ 88.5 สบายดีเรดิโอ เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ ส่วนธุรกิจเพลงเองก็มีการต่อยอดด้วยการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจจัดงานอีเวนต์ในรูปแบบต่างๆ จากธุรกิจที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ส่งผลให้บริษัท อาร์เอส กำหนดทิศทางของธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ ธุรกิจมีเดีย ธุรกิจเพลง และธุรกิจอีเวนต์
พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นการปรับโครงสร้างขององค์กรออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นมีเดีย เรโวลูชั่น หรือการก้าวเข้าสู่ธุรกิจมีเดียอย่างเต็มรูปแบบ โดยในส่วนแรกที่จะเน้นในปีนี้ คือ การเพิ่มบุคลากรด้านสื่อคิดเป็นอัตราส่วน 70% อีก 30% เป็นเพลงและอีเวนต์ ซึ่งแนวทางดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมา 1 ปีแล้ว
กลุ่มที่ 2 ที่จะเน้นมากขึ้นในปีนี้ คือ การประชาสัมพันธ์องค์กรให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งปีนี้จะเป็นปีแรกที่บริษัท อาร์เอส จะทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์องค์กรผ่านสื่อต่างๆ เพื่อสร้างแบรนด์ขององค์กรให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ส่วนกลุ่มที่ 3 ที่จะเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ประกอบการรายหนึ่งที่มีช่องทีวีมากที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีคลื่นวิทยุที่ดูแลอีก 2 คลื่น จึงมีความจำเป็นที่บริษัท อาร์เอส ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า พร้อมกับสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อให้การทำกิจกรรมการตลาดร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า จากแผนการดำเนินธุรกิจ ที่จะก้าวไปสู่บริษัทสื่อเต็มรูปแบบ บริษัทได้เตรียม งบการลงทุนในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 1,300 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนคอนเทนต์ หรือการผลิตรายการต่างๆ ให้กับช่องทีวีดิจิทัล และแซตเทิลไลต์ทีวี 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 300 ล้านบาท จะเป็นการลงทุนในด้านของอุปกรณ์ต่างๆ ในธุรกิจทีวี
อย่างไรก็ดี หลังจากออกมาลุยธุรกิจสื่ออย่างจริงจัง บริษัท อาร์เอส มั่นใจว่าสิ้นปี 2558 นี้จะมีรายได้รวมอยู่ที่ 4,600 ล้านบาทอย่างแน่นอน แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจมีเดีย 3,750 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 80% ในส่วนของรายได้ก้อนดังกล่าวแบ่งเป็นรายได้ที่มาจากธุรกิจทีวี 3,000 ล้านบาท วิทยุ 600 ล้านบาท และได้จากการได้รับสิทธิถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลลาลีกาสเปน 150 ล้านบาท
ในส่วนของธุรกิจเพลงมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 350 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วน 8% ของรายได้รวม และธุรกิจอีเวนต์ 500 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 12% ของรายได้รวม โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจมีเดียอยู่ที่ประมาณ 70% ธุรกิจเพลง 15% และอีเวนต์ 15%
แนวทางธุรกิจดังกล่าว บริษัท อาร์เอส อยากให้ทุกคนมองไปที่ผลกำไรมากกว่ารายได้ที่สิ้นปีคาดว่าจะมีกำไรอยู่ที่ 700 ล้านบาท เติบโต 15% เพราะตัวเลขดังกล่าวหมายถึงความสำเร็จที่ได้รับ หลังการเปลี่ยนผ่านการทำธุรกิจครั้งสำคัญของอาร์เอสในช่วงที่ผ่านมา







