
พันธบัตรสุขกันเถอะเรา ไม่คึกคัก
ยอดขายพันธบัตรรัฐบาล 1 แสนล้านบาทไม่คึกคัก วันแรกขายได้รวม 6,645 ล้านบาท แบ่งเป็นพันธบัตรของกระทรวงการคลัง วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท อายุ 10 ปี จำนวน 2,407 ล้านบาท และพันธบัตรออมทรัพย์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 5 หมื่นล้านบาท อายุ 5 ปี จำนวน 4,238 ล้านบาท
ยอดขายพันธบัตรรัฐบาล 1 แสนล้านบาทไม่คึกคัก วันแรกขายได้รวม 6,645 ล้านบาท แบ่งเป็นพันธบัตรของกระทรวงการคลัง วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท อายุ 10 ปี จำนวน 2,407 ล้านบาท และพันธบัตรออมทรัพย์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 5 หมื่นล้านบาท อายุ 5 ปี จำนวน 4,238 ล้านบาท
กฤษฎา อุทยานิน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พอใจกับยอดขายพันธบัตร และคาดว่าจะจำหน่ายได้หมดทั้งจำนวนตามระยะเวลาที่กำหนด โดยพันธบัตรคลังจะขายผ่าน 4 ธนาคารขนาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 12-16 ม.ค. ส่วนพันธบัตร ธ.ก.ส.เปิดขาย 12-23 ม.ค.นี้
“พันธบัตร ธ.ก.ส.จำหน่ายได้สูงกว่าพันธบัตรของกระทรวงการคลัง เนื่องจากประชาชนมีความสนใจในอัตราดอกเบี้ยของ ธ.ก.ส.ที่ให้คงที่ 3.8% ต่อปี และระยะเวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น ต่างจากพันธบัตรคลังที่อัตราเฉลี่ย 4% ก็จริง แต่อัตราดอกเบี้ยเป็นแบบขั้นบันได โดยปีที่ 1-3 อยู่ที่ 3% ต่อปี ปีที่ 4-7 อยู่ที่ 4% ต่อปี และปีที่ 8-10 อยู่ที่ 5% ต่อปี รวมถึงระยะเวลายังยาวถึง 10 ปีด้วย” ผู้อำนวยการ สบน. กล่าว
จากการรวบรวมยอดขายพันธบัตรในวันแรกของธนาคารพาณิชย์ 4 แห่ง ธนาคารกรุงไทย มียอดจองซื้อรวมทั้งสิ้น 2,190 ล้านบาท แบ่งเป็น พันธบัตร ธ.ก.ส. 1,310 ล้านบาท และพันธบัตรคลัง 880 ล้านบาท
ธนาคารกสิกรไทย จองซื้อกว่า 1,100 ล้านบาท แบ่งเป็น พันธบัตร ธ.ก.ส. 670 ล้านบาท และพันธบัตรกระทรวงการคลังกว่า 450 ล้านบาท
ธนาคารไทยพาณิชย์ มียอดจองซื้อพันธบัตรรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,243 ล้านบาท แบ่งเป็น พันธบัตร ธ.ก.ส. 697.3 ล้านบาท และพันธบัตรคลัง 545.7 ล้านบาท
ส่วนธนาคารกรุงเทพ มียอดจองซื้อวันแรก คิดเป็นวงเงินประมาณ 1,500 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดขายพันธบัตรวันแรกนับว่าน้อยและจากการสำรวจ พบว่า ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้โปรโมทขายพันธบัตรให้เท่าที่ควร เพราะเห็นว่าดอกเบี้ยพันธบัตรคลังอายุ 10 ปี เฉลี่ย 4% นับว่าไม่สูง หากเทียบพันธบัตร ธ.ก.ส. อายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 3.8% ดังนั้นพันธบัตร ธ.ก.ส.จะได้รับความสนใจมากกว่า
นอกจากนี้ การขายพันธบัตรของรัฐยังต้องเผชิญกับการแข่งขันของตลาดทุน ตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลดลงแรงมาก ทำให้นักลงทุนบางส่วนเก็บเงินสดรอซื้อหุ้น หรือกองทุนรวมที่มีราคาต่ำลงมาก หากเลือกหุ้นปัจจัยดี พีอีต่ำ อาจจะได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อพันธบัตรที่ล็อกเงินนาน
แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า หากรายย่อยจองซื้อพันธบัตรไม่หมด ก็มีรายใหญ่ที่มีความสนใจรอซื้อต่อ







