posttoday
ทั่วโลกรวมพลังนับล้าน ผนึกกำลังหนุน ชาร์ลี เอ็บโด

ทั่วโลกรวมพลังนับล้าน ผนึกกำลังหนุน ชาร์ลี เอ็บโด

13 มกราคม 2558

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

กรณีก่อความรุนแรงในแผ่นดินฝรั่งเศสโดยกลุ่มมุสลิมหัวสุดโต่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นการจุดชนวนให้เกิดการเดินขบวนตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก โดยจุดที่ใหญ่ที่สุดคือกรุงปารีสของฝรั่งเศส ซึ่งมีชาวฝรั่งเศสรวมตัวกันถึง 3.7 ล้านคน เพื่อระลึกถึงการก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ในช่วง 50 ปี ซึ่งถือเป็นการชุมนุมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่การถอนตัวของกองทัพนาซีเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

การเดินขบวนเริ่มต้นจาก “ปลาส เดอ ลา เรปูบลิค” โดยมีจุดหมายที่ “ปลาส เดอ ลา นาซิอง” ซึ่งเป็นจุดที่ห่างจากร้านขายของชำชาวยิวที่เกิดเหตุจับตัวประกันและฆ่าไปไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น โดยบรรดาผู้นำจาก 56 ชาติได้คล้องแขนกันเดินนำหน้ากลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวในการต่อต้านความป่าเถื่อนของกลุ่มหัวรุนแรง ขณะที่ผู้เข้าร่วมชุมนุมต่างแสดงป้าย “ฉันคือชาลี” อันเป็นสัญลักษณ์ของการชุมนุมในครั้งนี้

ด้าน จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า เจ้าตัวจะเดินไปปารีสภายในสัปดาห์นี้เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวฝรั่งเศส หลังจากที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีที่สหรัฐไม่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมการเดินขบวนดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4,300 นาย และทหารกว่า 1,350 นาย ต้องออกมาประจำการทั่วประเทศเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับการชุมนุม รวมถึงเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอีก 150 นาย ที่รักษาความปลอดภัยให้บรรดาผู้นำ ขณะที่พลแม่นปืนประจำการอยู่บนหลังคาของอาคารตลอดเส้นทางเดินขบวน และยังคุมเข้มเครือข่ายการขนส่งอย่างใกล้ชิด รวมถึงสถานทูต อาคารสาธารณะ และสำนักงานสื่อ

ขณะเดียวกัน ผู้คนอีกหลายแสนรายรวมตัวชุมนุมกันตามเมืองใหญ่ทั่วโลกเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต และแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันในการต่อต้านการก่อการร้าย โดยในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี มีผู้ออกมาชุมนุม 1.8 หมื่นคนหน้าสถานทูตฝรั่งเศส ขณะที่ในกรุงลอนดอนมีผู้คนออกมาชุมนุมราว 1,000 คน

เช่นเดียวกัน ที่กรุงวอชิงตันในสหรัฐ มีผู้ออกมาชุมนุมราว 3,000 คน เพื่อร่วมขบวนการเดินอย่างสงบนิ่งเพื่อนึกถึงผู้เสียชีวิต ขณะที่กรุงมอสโก มีผู้เข้าร่วมชุมนุมราว 100 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศส

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายบุกยิงสำนักพิมพ์นิตยสาร “ชาร์ลี เอ็บโด” อย่างอุกอาจเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ต่อมาคนร้ายยิงตำรวจในย่าน มงต์รูจ ทางใต้ของกรุงปารีส และเกิดเหตุจับตัวประกันและฆ่าอีก 4 รายในร้านขายของชำของชาวยิวในวันที่ 9 ม.ค. เหตุการณ์ต่อเนื่องดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 17 ราย

การโจมตีของกลุ่มหัวรุนแรงยังเป็นการจุดชนวนให้ความกังวลเรื่องผู้ก่อการร้ายในบ้านเกิด เนื่องจากผู้ก่อเหตุอุกอาจทั้ง 3 คนซึ่งถูกวิสามัญฆาตกรรมล้วนเกิดในฝรั่งเศส แต่ได้รับการฝึกจากกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลางและแอฟริกา โดยตำรวจฝรั่งเศสคาดว่า คนร้ายอย่างน้อย 1 ใน 2 ที่โจมตี ชาร์ลี เอ็บโด คือ ชารีฟ และซาอิด คูอาจี ซึ่งเป็นพี่น้องกัน น่าจะได้รับการฝึกโดยกลุ่มอัลกออิดะห์ในเยเมน

ด้านผู้ต้องสงสัยอีก 4 รายซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวได้เดินทางออกจากฝรั่งเศสหลายวันก่อนที่ปฏิบัติการจะเริ่มต้นขึ้น รวมถึง ฮายัต บูว์เมอด์ดีแอน์ แฟนสาวของ อเมดี คูลลิบาลีย์ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุสังหารตัวประกันในร้านขายของชำ โดยตำรวจฝรั่งเศสคาดว่าน่าจะอยู่ในซีเรีย

ล่าสุด เมฟลุต คาวูโซกลู รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี เปิดเผยแก่สำนักข่าวของทางการ ว่า บูว์เมอด์ดีแอน์ เดินทางข้ามชายแดนตุรกีไปยังซีเรียตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่คูลลิบาลีย์ ก่อเหตุยิงตัวประกันในร้านขายของชำ โดยเดินทางมาถึงตุรกีในวันที่ 2 ม.ค. โดยเครื่องบินจากกรุงมาดริดของสเปน

ทั้งนี้ การก่อเหตุความรุนแรงทำให้อียูเตรียมแผนที่จะกระชับความเข้มงวดการข้ามแดนมากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลการเดินทางระหว่างอียูกับอิรักและซีเรีย และเตรียมปรับปรุงการแลกเปลี่ยนข่าวกรองภายในเพื่อต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท