
เลิกผูกขาดซื้อน้ำมันปตท.
ถก “อาคม” ปลดล็อกผูกขาดน้ำมัน ปตท. บขส.ชี้หากเปิดเสรีจะซื้อน้ำมันได้ถูกกว่าเดิม 1 บาท/ลิตร
ถก “อาคม” ปลดล็อกผูกขาดน้ำมัน ปตท. บขส.ชี้หากเปิดเสรีจะซื้อน้ำมันได้ถูกกว่าเดิม 1 บาท/ลิตร
นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานกรรมการ บริษัท ขนส่ง (บขส.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ม.ค. จะเข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม เพื่อหารือและเสนอให้กระทรวงคมนาคมและรัฐบาล สามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้ในรถ บขส.ได้อย่างเสรี เช่น การเปิดประมูลซื้อน้ำมันเป็นการทั่วไปเหมือนกับหน่วยงานอื่นๆ จากปัจจุบันที่ บขส.ต้องผูกขาดซื้อน้ำมันกับบริษัท ปตท.เท่านั้น และหากนายอาคมเห็นชอบ เชื่อว่าจะทำให้ บขส.จัดหาน้ำมันได้ในราคาที่ถูกลงจากปัจจุบันอย่างน้อย 1 บาท/ลิตร ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันลง 60 ล้านบาท/ปี
ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อปี 2542 กำหนดให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่งที่มีความต้องการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่ 1 หมื่นลิตรขึ้นไป จะต้องซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากบริษัท ปตท. ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจเช่นเดียวกัน ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันด้านราคา และปัจจุบัน ปตท.ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนแล้ว รวมทั้งแต่ละปีก็มีกำไรมหาศาล
“บขส.จะเสนอให้รัฐบาลทบทวนมติ ครม. เมื่อปี 2542 เพื่อเปิดทางให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่งไม่เฉพาะ บขส.เปิดประมูลซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากตลาดได้อย่างเสรี ไม่ต้องผูกขาดกับ ปตท. เนื่องจากขณะนี้ ปตท.ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนแล้ว และรัฐบาลไม่จำเป็นต้องอุ้ม ปตท.เหมือนในอดีต ในขณะที่ราคาน้ำมันที่เราซื้อจาก ปตท.จะแพงกว่าราคาหน้าปั๊มทั่วไป 1 บาท/ลิตร” นายอนุสรณ์ กล่าว
นายอนุสรณ์ ระบุว่า หากรัฐบาลเห็นด้วยกับข้อเสนอของ บขส.จะทำให้รัฐวิสาหกิจที่ต้องผูกขาดการซื้อน้ำมันจาก ปตท.มีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันลดลงทันที โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ตลาดซื้อขายน้ำมันมีผู้ค้าหลายรายและที่มีการแข่งขันที่สูง อย่างน้ำมันดีเซลที่ขณะนี้มีปริมาณล้นตลาด ผู้ค้าต้องส่งออกน้ำมันไปขายต่างประเทศ
นายอนุสรณ์ ยังกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส.ไปหารือกับตัวแทนของ ปตท.แล้ว เพื่อขอให้ลดราคาขายน้ำมันลงให้เท่ากับราคาขายน้ำมันที่ ปตท.ขายหน้าปั๊ม แต่ไม่ได้ข้อสรุป
ด้าน นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี รองปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งดูแลงานลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาทบทวนโครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N1 N2 และ N3 (บางใหญ่-แยกเกษตรศาสตร์-มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรีสายใหม่) ระยะทาง 39 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 1 แสนล้านบาท ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ว่าควรดำเนินการต่อทั้งเส้นหรือไม่
“ที่ผ่านมาแผนก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 จะติดปัญหาการขอใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาโดยตลอด ในครั้งนี้จึงได้ขอให้ สนข.ไปทบทวนว่า หากทำโครงการต่อจะคุ้มหรือไม่ และมีผลกระทบอย่างไร แต่หากพบว่าไม่คุ้มและมีผลกระทบมาก ก็จะปรับแผนไปเป็นการลงทุนสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย-ลำสาลีแทน ซึ่งจะมีการสรุปผลการทบทวนให้ พล.อ.อ.
ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม พิจารณาภายใน 2 สัปดาห์” นายชาติชาย กล่าว
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลจะสร้างแนวเดียวกับทางด่วนขั้นที่ 3 โดยจุดเริ่มต้นโครงการจะต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) และสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) โดยมีสถานีร่วมกันที่หน้าศูนย์ราชการนนทบุรี จากนั้นจะวิ่งตรงมาถนนงามวงศ์วานผ่านแยกพงษ์เพชรเชื่อมกับรถไฟชานเมืองสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) และตรงมาถึงแยกเกษตรศาสตร์เชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) รวมทั้งเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-ลาดพร้าว-พระราม 4-สะพานพระราม 9) ที่กระทรวงคมนาคมมีแผนก่อสร้างในอนาคต
นอกจากนี้ ยังได้ให้ สนข.ไปศึกษาความเหมาะสมโครงการทางด่วนหาดใหญ่-สะเดา 51.3 กิโลเมตรของ กทพ.







