
เยนอ่อนทำธุรกิจญี่ปุ่นเจ๊ง
อาเบะโนมิกส์ทำรายย่อยญี่ปุ่นล้มละลายเพียบ ชี้ช่วยแต่บริษัทขนาดใหญ่
อาเบะโนมิกส์ทำรายย่อยญี่ปุ่นล้มละลายเพียบ ชี้ช่วยแต่บริษัทขนาดใหญ่
สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี รายงานกึ่งวิเคราะห์ระบุว่า นโยบายการกดค่าเงินเยนให้อ่อนตัว หรือ “อาเบะโนมิกส์” ของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่นนั้น ให้ประโยชน์แก่บรรดาธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่ ทว่ากลับไม่ได้ให้ประโยชน์กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในประเทศ โดยจำนวนธุรกิจรายย่อยที่ล้มละลาย อันเนื่องจากค่าเงินเยนอ่อนค่าพุ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2014
“ไม่มีสัญญาณเลยว่าอาเบะโนมิกส์ได้ส่งผลดีไปยังธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยการอ่อนตัวของค่าเงินเยนนั้นเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายของธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหา” โอซามุ ไนโต นักวิเคราะห์ด้านการล้มละลายของเทอิโคคุ ดาตาแบงก์ บริษัทให้ข้อมูลทางธุรกิจและวิจัยสินเชื่อในแดนปลาดิบ กล่าว
ข้อมูลจากเทอิโคคุ ดาตาแบงก์ ระบุว่า ในปี 2014 ธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนถึง 345 ราย ที่ระบุว่า การอ่อนตัวของค่าเงินเยนเป็นสาเหตุที่ทำให้ล้มละลาย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนับว่ามากกว่าปี 2013 ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว ขณะที่มีลูกจ้าง 5,270 คนที่ต้องตกงาน
ทั้งนี้ ค่าเงินเยนมีการผันผวนอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2007 โดยซื้อขายอยู่ที่ 100-123 เยน/เหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะแข็งค่าขึ้นหลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 โดยค่าเงินเยนได้แข็งค่ามากที่สุดที่ระดับ 75.825 เยน/เหรียญสหรัฐ ในเดือน ต.ค. 2011
รายงานระบุว่า การแข็งค่าของเงินเยนได้เป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลในช่วงปี 2008 ที่ทำให้เอสเอ็มอีบางแห่งต้องล้มละลาย ทว่าอยู่ในอัตราที่ช้ากว่าการอ่อนค่าของเงินเยนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยระหว่างปี 2008-2011 มีเอสเอ็มอีเพียง 85 แห่งเท่านั้น ที่ระบุว่า การแข็งค่าของเงินเยนเป็นสาเหตุของการล้มละลาย
ขณะเดียวกัน เทอิโคคุ ยังรายงานด้วยว่า การอ่อนค่าของเงินเยนล่าสุด ที่เงินเยนอ่อนค่าถึง 18% นับตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ได้เพิ่มจำนวนเอสเอ็มอีที่ล้มละลายจากสาเหตุดังกล่าวเพิ่มขึ้นทุกๆ เดือน โดยในเดือน ธ.ค. เพียงเดือนเดียว มีธุรกิจล้มละลายจากค่าเงินเยนอ่อนไปถึง 44 แห่ง
นอกจากนี้แล้ว ไนโต นักวิเคราะห์ของเทอิโคคุ ยังระบุอีกด้วยว่า หากค่าเงินเยนยิ่งอ่อนค่ามากไปกว่านี้ ก็จะยิ่งทำให้เอสเอ็มอีล้มละลายมากยิ่งขึ้น
“ต้องใช้เวลาหลายเดือนก่อนที่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจะหมดเงินทุน ที่ใช้อุดต้นทุนที่สูงขึ้นและเลิกกิจการ” ไนโต กล่าว







