
เร่งปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ
ททท.เร่งสกัดทัวร์ศูนย์เหรียญเวียดนาม หวั่นด่องอ่อนซ้ำเติม เตรียมแผนดึงคนอาเซียนเที่ยวไทยเพิ่ม
ททท.เร่งสกัดทัวร์ศูนย์เหรียญเวียดนาม หวั่นด่องอ่อนซ้ำเติม เตรียมแผนดึงคนอาเซียนเที่ยวไทยเพิ่ม
นายอำนวย เทียมกีรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายภูมิอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เร่งขอความร่วมมือจากบริษัททัวร์เวียดนาม หลีกเลี่ยงการจำหน่ายทัวร์ต่ำกว่าทุน (ศูนย์เหรียญ) นำชาวเวียดนามมาท่องเที่ยวประเทศไทย เพราะขณะนี้เริ่มระบาดอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน ททท.เตรียมร่วมมือกับผู้ประกอบการทัวร์ฝั่งไทยให้คัดกรองทัวร์ที่มีคุณภาพจากเวียดนาม ก่อนที่โครงสร้างราคาจะได้รับความเสียหายและยากต่อการแก้ไข เพราะนักท่องเที่ยวเริ่มร้องเรียนการเรียกเก็บค่าซื้อทัวร์อื่น (ออปชั่น) เพิ่ม เมื่อเดินทางมาถึงไทย
“ททท.จะหารือร่วมกับบริษัททัวร์ทั้งสองประเทศ เพื่อขอความร่วมมือพร้อมวางมาตรการป้องกันปราบปรามต่อไป เพราะทัวร์ศูนย์เหรียญจะสร้างปัญหาต่อภาคท่องเที่ยว ทั้งชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย” นายอำนวย กล่าว
สำหรับแผนการส่งเสริมตลาดอาเซียนให้เดินทางมาไทย ทดแทนตลาดยุโรป อเมริกา ที่มีแนวโน้มเดินทางมาไทยลดลงในปีนี้ วันที่ 8 ก.พ. จะหารือร่วมกับผู้อำนวยการทั้ง 8 สำนักงานตลาดอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ เพื่อวางกลยุทธ์ทางการตลาดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ พบว่าแคมเปญปีท่องเที่ยววิถีไทย ภายใต้การเดินทาง 12 เมืองต้องห้ามพลาด มีกระแสการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย ขณะที่ตลาดอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย คาดว่าต้องใช้เวลาประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้
ด้าน นายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญจากเวียดนามระบาดเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะเศรษฐกิจภายในเวียดนามชะลอตัว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ลดราคาทัวร์ให้ถูกลง และหาช่องทางขายออปชั่นเพิ่ม ซึ่งมองว่าการลดค่าเงินด่องครั้งล่าสุด จะทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้น รวมถึงกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย และผู้ประกอบการทัวร์ที่พึ่งตลาดเวียดนามจะรับลูกค้าลดลง โดยคาดว่าคนเวียดนามจะเดินทางมาไทยปีนี้ ไม่ถึงเป้าหมายที่ ททท.ตั้งไว้ 8 แสนคน
ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยว ระบุว่าช่วงเดือน ม.ค.-พ.ย. 2557 ไทยมีนักท่องเที่ยวชาวเวียดนามประมาณ 5.18 แสนคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2556 ประมาณ 23%







