
‘ล็อกซเล่ย์’ อุ้มเอสเอ็มอี สยายปีกตลาดนอก
ท่ามกลางกระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ผู้ประกอบการไทยสนใจนำสินค้าไปขายในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น บางรายเลือกเจาะตลาดเอง แต่หลายรายก็ใช้บริการบริษัทเทรดดิ้งให้ช่วยกระจายสินค้าในตลาดเป้าหมาย
ท่ามกลางกระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ผู้ประกอบการไทยสนใจนำสินค้าไปขายในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น บางรายเลือกเจาะตลาดเอง แต่หลายรายก็ใช้บริการบริษัทเทรดดิ้งให้ช่วยกระจายสินค้าในตลาดเป้าหมาย
ณัฐพล เดชวิทักษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ล็อกซเล่ย์ และกรรมการบริษัท ล็อกซเล่ย์ อินเตอร์เทรด (กวางโจว) เล่าว่า บริษัทเริ่มขยายตลาดในจีนและอาเซียนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งสำนักงานใน 5 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เพื่อนำสินค้าไทยเข้าไปขาย แบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เน้นสินค้าอาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว กลุ่มสินค้ายานยนต์ กลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้าง และกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีและงานโครงการ
สินค้าส่วนใหญ่มาจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ แต่ถ้าทำเองอาจเสี่ยงสูง จึงให้บริษัทเป็นผู้ทำตลาดให้ เริ่มตั้งแต่ให้คำปรึกษา แนะนำความต้องการและรสนิยมของตลาด เช่น การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รสชาติสินค้า เรื่อยไปจนถึงรับหน้าที่กระจายสินค้า
ทั้งนี้ แต่ละประเทศจะอาศัยกลยุทธ์การทำตลาดต่างกัน เช่น บางประเทศชอบสินค้าราคาถูก บางประเทศชอบของแถม และบางแห่งต้องแนะนำสินค้า ให้ความรู้กับผู้บริโภค เพราะเป็นสินค้าที่ไม่มีในตลาดท้องถิ่น เช่น การขายมะขามหวานในประเทศจีน ก็ต้องให้ความรู้กับผู้บริโภคว่ามะขามหวานเป็นอย่างไร แตกต่างจากมะขามทั่วไปอย่างไร เพื่อให้ลูกค้ารู้จักสินค้า
สำหรับตลาดที่มีอัตราการเติบโตมาก คือ จีน ที่จะเน้นภาคใต้และตะวันออก ปัจจุบันมีสัดส่วน 40% ของการค้าต่างประเทศของบริษัท พม่ามีสัดส่วน 40% เวียดนาม 15% ลาวและกัมพูชา 5% ขณะที่สินค้าขายดีในแต่ละประเทศมีทั้งเหมือนและแตกต่างกัน ได้แก่ จีนจะเน้นสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม พม่าจะเด่นด้านกลุ่มน้ำมันเครื่องและสินค้าอุปโภคบริโภค เวียดนามเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนลาวและกัมพูชาจะเป็นสินค้ากลุ่มยานยนต์และสินค้าอุปโภคบริโภค
“บริษัทจะนำเข้าและกระจายสินค้าผ่านทางโมเดิร์นเทรดและห้างสรรพสินค้า รวมทั้งอาศัยเครือข่ายผู้ค้าส่งกระจายสินค้าไปตามตลาดต่างๆ ในท้องถิ่นของแต่ละประเทศ โดยทั่วไปเอสเอ็มอีส่วนใหญ่สนใจจีน เพราะเป็นตลาดใหญ่ มีโอกาสสูง”
สำหรับอุปสรรคในการทำธุรกิจเทรดดิ้งในต่างแดน ณัฐพล ชี้ว่า เป็นเรื่องของกฎระเบียบพิธีการศุลกากรที่ซับซ้อน บางประเทศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ขณะที่ด้านการขนส่งจะใช้ทางเรือเป็นหลัก เพราะถนนยังไม่สมบูรณ์ จึงเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหาย ซึ่งหากพัฒนาเครือข่ายถนนให้ดี จะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนขนส่งได้
ด้านแผนของปีนี้ ล็อกซเล่ย์ อินเตอร์เทรดจะเข้าไปสำรวจตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มากสำหรับสินค้าฮาลาล ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างศึกษาตลาดและหาพันธมิตร







