posttoday
ปรากฏการณ์ปิดฟ้าแล่บ กองทุนใหญ่ยังไม่รอด

ปรากฏการณ์ปิดฟ้าแล่บ กองทุนใหญ่ยังไม่รอด

12 มกราคม 2558

เมื่อปลายปี 2557 มีเหตุการณ์ช็อกหัวใจนักลงทุนกองทุน เพราะอยู่ดีๆ กองทุนเค เจแปน หุ้นทุน (K-JAPAN) ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย อ้างว่าเป็น “กองหุ้นประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาด” กลับต้องประกาศเลิกกองทุน ทั้งๆ ที่เพิ่งจะจัดตั้งมาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

เมื่อปลายปี 2557 มีเหตุการณ์ช็อกหัวใจนักลงทุนกองทุน เพราะอยู่ดีๆ กองทุนเค เจแปน หุ้นทุน (K-JAPAN) ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย อ้างว่าเป็น “กองหุ้นประเทศญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาด” กลับต้องประกาศเลิกกองทุน ทั้งๆ ที่เพิ่งจะจัดตั้งมาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

และที่สำคัญ คือ ในเวลานั้น K-JAPAN มีผลดำเนินงานย้อนนับจากจัดตั้งกองทุน 9.61%

บลจ.กสิกรไทย ชี้แจงว่า เนื่องจากมียอดขายคืนหน่วยลงทุนติดต่อกันเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้ว ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์การเลิกกองทุนตามประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

กองทุนปิดรับคำสั่งซื้อขาย K-JAPAN ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. 2557

เรื่องนี้ “แดงขึ้นมา” เพราะมีผู้ถือหน่วยไปตั้งคำถามในสังคมออนไลน์หลายๆ แห่งว่า เกิดอะไรขึ้นกับกองทุนนี้ รวมทั้งไปขอความเห็นจาก ตระกูลจิตร จิตตไสยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต ที่ใช้ชื่อว่า “Thanachart103” ในเว็บไซต์ของ บลจ.ธนชาต

“ผมไปสอบถามทาง Compliance ได้คำตอบดังนี้ ก.ล.ต.ปรับปรุงเหตุในการเลิกกองทุนรวมเพิ่มเติม โดยมีเจตนาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยรายย่อยที่เหลืออยู่ หากมีการขายคืนเป็นจำนวนมาก (ยกเว้นกองทุนรวมตลาดเงิน)”

การปรับปรุงหลักเกณฑ์นี้ มีผลมาตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2556 โดยมี 2 กรณี คือ 1) ขายคืนเกิน 2/3 ในวันทำการซื้อขายใด และ 2) ขายคืนรวมกันเกิน 2/3 ในช่วง 5 วันทำการติดต่อกัน

ในขณะที่ผู้บริหาร บลจ.แห่งหนึ่งให้เหตุผลในการ “ปกป้องนักลงทุนรายย่อย” ของ ก.ล.ต.ว่า เพราะหากเกิดการขายหน่วยลงทุนมากถึง 2 ใน 3 ของมูลค่าหน่วยลงทุน แสดงว่าอาจเกิดความผิดปกติบางอย่าง ซึ่งนักลงทุนอีก 1 ใน 3 อาจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นการยกเลิกกองทุนจึงถือเป็นการปกป้องนักลงทุนที่เหลือ

“การขาย 5 วันติดต่อกัน ถือเป็นการขายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจจะไม่แฟร์กับ 1 ใน 3 ที่เหลือ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมนักลงทุนส่วนใหญ่ถึงได้แห่ขาย” ผู้บริหารรายนี้ กล่าว

ขณะที่มีนักลงทุนบางคนตั้งข้อสังเกตว่า การปิดกองทุนครั้งนี้เป็นผลมาจากกองทุนนี้มีนักลงทุนรายใหญ่ในสัดส่วนที่สูงมากเกินไป ดังนั้นเมื่อนักลงทุนรายใหญ่กลุ่มนี้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมายแล้วจึงเทขายทำกำไรออกไป

นอกจากนี้ นักลงทุนบางรายเชื่อว่า หลักเกณฑ์นี้เอื้อประโยชน์ให้นักลงทุนรายใหญ่มากกว่า ทั้งยังเหมือน “มัดมือชก” ให้ขาย คล้ายกับการถูกบังคับขาย (force sell) ทั้งๆ ที่ไม่เต็มใจ

นักลงทุนที่ใช้ชื่อว่า CPU แสดงความเห็นว่า “ถ้าเข้าเงื่อนไขน่าจะประชุมผู้ถือหน่วยโหวตไปว่าจะปิดกองหรือไม่ กรณีนี้ยังกำไร แต่ถ้าเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหน่วยลดฮวบแล้วรายใหญ่ใจป๊อด ขายทิ้งหมด ผู้ถือหน่วยคนอื่นที่อยากถือต่อหรือซื้อเพิ่มไม่ซวยไปด้วยหรือ อยากให้ บลจ.ธนชาต เป็นปากเสียงให้หน่อยครับว่าผู้ถือหน่วยลงทุนไม่เห็นด้วย”

อย่างไรก็ตาม หลังจากเลิกกองทุน K-JAPAN ด้วยเหตุดังกล่าวไปแล้ว บลจ.กสิกรไทย เปิดขายกองทุนที่มีนโยบายลงทุนหุ้นญี่ปุ่นอีกครั้ง โดยใช้ชื่อว่า กองทุนเค ญี่ปุ่น หุ้นทุน (K-JP) เพื่อให้นักลงทุนที่ยังชื่นชอบการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นได้มีทางเลือกลงทุนอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน