posttoday
เอชทีซีโหมลุย มั่นใจฐานลูกค้าแกร่ง

เอชทีซีโหมลุย มั่นใจฐานลูกค้าแกร่ง

12 มกราคม 2558

จากการคาดการณ์ของไอดีซีถึงจำนวนสมาร์ทโฟนในตลาดโทรศัพท์มือถือโดยรวมว่าจะมีจำนวนดีไวซ์สูงถึง 30 ล้านเครื่อง และสมาร์ทโฟนจะเติบโต 17% หรือเท่ากับ 19.2 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 16.5 ล้านเครื่องในปีที่ผ่านมา ดังนั้นแม้จะมีคู่แข่งในตลาดสมาร์ทโฟนเป็นจำนวนมาก แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่เอชทีซีจะกลับมารุกตลาดอีกครั้งหลังจากเงียบไประยะหนึ่ง

จากการคาดการณ์ของไอดีซีถึงจำนวนสมาร์ทโฟนในตลาดโทรศัพท์มือถือโดยรวมว่าจะมีจำนวนดีไวซ์สูงถึง 30 ล้านเครื่อง และสมาร์ทโฟนจะเติบโต 17% หรือเท่ากับ 19.2 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 16.5 ล้านเครื่องในปีที่ผ่านมา ดังนั้นแม้จะมีคู่แข่งในตลาดสมาร์ทโฟนเป็นจำนวนมาก แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่เอชทีซีจะกลับมารุกตลาดอีกครั้งหลังจากเงียบไประยะหนึ่ง

นันทิภัคค์ บุนนาค ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอชทีซี (ประเทศไทย) เล่าถึงการเข้ามาทำงานภายใต้แบรนด์เอชทีซีให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ทำด้านสื่อสารการตลาดกับทางแอลจีมาก่อน และเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งที่เอชทีซีได้เพียง 2 เดือน ซึ่งการทำงานในธุรกิจไอทีจะต้องมีความเข้าใจในพฤติกรรมการใช้งานสินค้าของลูกค้าและนำไปปรับใช้ให้เหมาะสม เพื่อหาสมาร์ทโฟนที่เหมาะกับความต้องการของลูกค้าและสอดรับกับการใช้งานของลูกค้ามากที่สุด

“ลูกค้าคนไทยค่อนข้างหลากหลาย เพราะใช้งานสมาร์ทโฟนกันเยอะเกือบทุกคน ซึ่งคนไทยที่ใช้งานดีไวซ์นั้น จะไม่ได้มีมือถือเพียงเครื่องเดียวอีกแล้ว ทั้งยังเชื่อมโยงการสื่อสารไปกับหลายๆ อุปกรณ์ ทำให้ฟังก์ชั่น-ฟีเจอร์ที่บริษัทพัฒนาออกมานั้น ต้องสอดคล้องกับเทรนด์และตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วย ซึ่งไทยถือว่าเป็นฐานลูกค้าติดอันดับ 1 ใน 3 ของทวีปเอเชีย”

สำหรับกลยุทธ์ของเอชทีซีจะเน้นการตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มกลางถึงสูง ซึ่งแต่ละระดับของสินค้าจะมีทั้งฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ที่รองรับการทำงานทุกด้านในราคาที่จับต้องได้ โดยในปี 2558 นี้ จะมีรุ่นและราคาที่จับต้องได้มากขึ้น

ทั้งนี้ หากมองถึงกำลังซื้อสินค้าในกรุงเทพฯ จะอยู่ที่ระดับราคา 1.5-2 หมื่นบาท แต่ถ้ากำลังซื้อรวมทั้งประเทศจะอยู่ที่ 5,000-1 หมื่นบาท ถือว่าเป็นตลาดที่กำลังเติบโต โดยจะเป็นกลุ่มผู้ซื้อประเภทนักศึกษา คนที่เพิ่งเริ่มทำงาน แม้กระทั่งกลุ่มที่เริ่มเปลี่ยนจากฟีเจอร์โฟนมาเป็นสมาร์ทโฟนและผู้ที่อาศัยอยู่ตามหัวเมืองใหญ่

“คนต่างจังหวัดเริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้น ส่วนใหญ่จะเลือกสินค้าในราคาระดับกลาง ซึ่งเอชทีซีพยายามที่จะสร้างความรู้จักแบรนด์ของเราให้กับคนในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น อีกทั้งพบว่ายอดการซื้อสินค้าไอทีของภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเยอะมาก”

นอกจากนี้ ยังพบว่ากำลังซื้อและความสนใจ ในไอทีแก็ดเจตสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยในเรื่องของการเข้าถึงสัญญาณ 3จี และ 4จี ที่ทาง โอเปอเรเตอร์ขยายฐานโครงข่ายทำให้การเข้าใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการในสินค้าเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็ว

นันทิภัคค์ยังมองว่าการแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนในไทยจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน จากการที่หลายแบรนด์เริ่มเข้ามาเปิดตลาดเยอะขึ้น และเน้นแข่งขันในเรื่องคุณสมบัติของเครื่องทั้งความละเอียดหน้าจอหรือความชัดของกล้อง ถือว่าเป็นประโยชน์ของผู้ซื้อ เพราะจะได้เลือกสินค้าได้ตรงกับความต้องการของตัวเองที่สุด ขณะที่บริษัทจะเน้นการทำกิจกรรมการตลาดร่วมกับร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น เพราะเชื่อว่าช่องทางนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง

“จุดที่ต้องเร่งพัฒนา คือ นำเสนอสินค้าให้เข้าถึงลูกค้ามากที่สุด เพราะคนไทยจะเน้นไลฟ์สไตล์ด้านการกิน-เที่ยว ดังนั้นจึงต้องพัฒนาฟีเจอร์ แอพพลิเคชั่นให้รองรับการใช้งานและพฤติกรรมของลูกค้ามากที่สุด ซึ่งเราพยายามจะทำให้สมาร์ทโฟนเป็นได้ทุกอย่างของชีวิต ปีที่แล้วเปิดมา 4 รุ่นได้รับผลตอบรับที่ดีมากโดยเฉพาะ M8 และบัตเตอร์ฟลายจึงมีแผนจะเปิดแฟล็กชิปอีกหลายตัว ยังอยู่ในช่วงพิจารณาของทางโกลบอลว่าจะ
เข้ามาได้กี่รุ่นซึ่งจะไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน”

ขณะเดียวกัน ในปีนี้จะเน้นประสบการณ์ของ ผู้ใช้งานให้มากขึ้น และต้องพัฒนาให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น โดยทำร่วมกับร้านค้าปลีกอย่างทีจีโฟน เจมาร์ท และมีพาร์ตเนอร์ คือ ซินเน็คและ อินแกรมไมโคร ซึ่งจะพัฒนาจุดให้บริการต่างๆ มากขึ้น มีเครื่องตัวอย่างให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งาน

หลังจากจบไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา สำนักงานใหญ่ค่อนข้างพอใจในยอดขาย จึงเพิ่มในส่วนของงบการตลาดซึ่งปีที่แล้วอยู่ที่ 50 ล้านบาท ปีนี้เพิ่มขึ้นอีก 15% เพื่อเน้นกิจกรรมร่วมกับดีลเลอร์เพื่อ รุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น

ปัจจุบันอุตสาหกรรมไอทีของไทยถือว่าโตเร็วแบบก้าวกระโดด การใช้โซเชียลมีเดีย อินเทอร์เน็ตและอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้นเร็ว โดยสมาร์ทโฟนถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตต่อไปได้อีก ซึ่งในภาพรวมของเอชทีซีคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

“การทำราคาที่โดนใจลูกค้าทำให้ทางสำนักงานใหญ่เห็นศักยภาพในกำลังซื้อของลูกค้าจึงเป็น โอกาสหลายๆ อย่างที่ในไทยมีการลงทุนอย่าง ต่อเนื่อง” นันทิภัคค์ กล่าวสรุป

ต้องคอยติดตามกันว่าการแข่งขันที่ดุเดือด ของสมาร์ทโฟนทุกแบรนด์ในไทย จะช่วยกระตุ้นการซื้อขายสินค้าไอทีได้ดีเพียงใด หลังจากทุกรายพร้อมทุ่มงบและกลยุทธ์การแข่งขัันอย่างดุเดือดตั้งแต่ต้นปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท