
‘ญนน์-อาทิตย์’ นำไทยพาณิชย์สู่ดิจิทัลแบงก์กิ้ง
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยแต่งตั้ง 2 ขุนพลขึ้นบริหารธนาคารคู่กัน คือ อาทิตย์ นันทวิทยา ว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ญนน์ โภคทรัพย์ ว่าที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งจะรับหน้าที่อย่างเป็นทางการ หลังผ่านความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ซึ่งจะมีขึ้นราวเดือน เม.ย.นี้
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยแต่งตั้ง 2 ขุนพลขึ้นบริหารธนาคารคู่กัน คือ อาทิตย์ นันทวิทยา ว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ญนน์ โภคทรัพย์ ว่าที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งจะรับหน้าที่อย่างเป็นทางการ หลังผ่านความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ซึ่งจะมีขึ้นราวเดือน เม.ย.นี้
การทำงานของทั้งสองจะประสานกัน เพราะทั้งคู่มีจุดแข็งที่แตกต่าง อาทิตย์เก่งในด้านการดูแลธุรกิจโครงการขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ในขณะที่ญนน์ โดดเด่นในเรื่องของลูกค้ารายย่อยและสาขา ทั้งคู่จึงเหมือนหยินหยางที่ลงตัวในการบริหารธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในไทย
ผู้บริหารดูโอคู่นี้ประกาศพันธกิจแล้วว่า จะยกระดับธนาคารขึ้นเป็น ดิจิทัลแบงก์กิ้ง อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล และเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วตามเทคโนโลยี
ญนน์ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าบุคคลและกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การพัฒนาดิจิทัลแบงก์กิ้งเป็นหัวใจสำคัญที่ญนน์ประกาศว่าจะต้องทำเป็นอันดับต้นๆ ธนาคารต้องตอบสนองลูกค้าได้ทุกรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่า คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น และมีการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์เติบโตสูงในแต่ละปี
ทั้งนี้ ภาพรวมการทำธุรกรรมทางการเงินเปลี่ยนรูปแบบไปมาก จากเดิมธุรกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่านสาขาเกือบทั้งหมด แต่ปัจจุบันลดลงชัดเจนเหลือเพียง 1 ใน 3 ขณะที่ 1 ใน 3 เกิดจากการทำธุรกรรมผ่านเครื่องเอทีเอ็ม และอีก 1 ใน 3 เป็นธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน
ส่วนสาขาของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งมีมากกว่า 1,200 สาขา มีแผนลดขนาดลงมาเหลือ 900 สาขา โดยสาขาบางแห่งจะมีการปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับการให้บริการในพื้นที่นั้นๆ เพราะปริมาณสาขามากๆ ไม่ใช่คำตอบในการให้บริการลูกค้ารายย่อยอีกต่อไปท่ามกลางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปมาก แต่กระนั้นสาขายังมีความสำคัญในการรองรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
(เอสเอ็มอี) อยู่
ด้าน อาทิตย์ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้มุมมองการปรับโครงสร้างธนาคารที่จะเกิดขึ้นว่า จะดำเนินการภายใต้หลักคิดการเชื่อมโยงการบริการให้สอดคล้องกับปฏิสัมพันธ์ธุรกิจของลูกค้ารายใหญ่ รายกลาง และรายเล็ก ก่อนสร้างแพลตฟอร์มใหม่เพียงหนึ่งเดียว จะช่วยเสริมสร้างการเติบโตของลูกค้าไปด้วยกัน
นอกจากนี้ จะมีการนำรูปแบบบริการใหม่เข้ามาเสริมขีดความสามารถให้เอสเอ็มอี โดยเฉพาะเอสเอ็มอีหน้าใหม่ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน แต่มีลักษณะธุรกิจที่น่าสนใจ อาจจะต้องเสริมด้วยการเข้าไปร่วมหุ้น (เวนเจอร์แคปปิตอล) หรือไม่ รวมทั้งการสร้างออฟฟิศโมบาย มีแพ็กเกจสำหรับ
ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจที่มีต้นทุนถูก
ความท้าทายของธนาคารในปี 2558 ที่สำคัญ
ก็คือ การปรับกระบวนการภายในของธนาคารเอง ส่วนที่ดีแล้วก็ทำต่อไป แต่บางส่วนมีโครงสร้างใหม่เข้าไปเสริมเพื่อความเหมาะสม ทำให้บางคนอาจจะมีหน้าที่ใหญ่ขึ้น บางคนต้องเปลี่ยนความรับผิดชอบ ถือเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต้องรับกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลง
“จุดยากของเราสองคน คือ กับดักความสำเร็จ จะทำอะไรก็กลัวจะแย่ลง การก้าวข้ามจุดนี้แม้จะพูดง่ายแต่ทำไม่ง่าย องค์กรที่เรากำลังขับเคลื่อนอยู่ตอนนี้ไม่เล็ก มูลค่าตลาดใหญ่อันดับ 3-4 ของระบบธนาคารไทย สิ่งที่คิดไว้ ทำยังไงให้ประสบความสำเร็จ”
อาทิตย์ กล่าวว่า สิ่งที่คณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ต้องการเห็น คือ การนำพาองค์กรเติบโตแบบยั่งยืน ไม่จำเป็นต้องสร้างผลกำไรให้เป็นที่ 1 เสมอ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นทำง่ายมาก คือ เลือกทำธุรกิจเสี่ยงเพื่อหวังผลตอบแทนสูงๆ แต่หากสถานการณ์ไม่เป็นอย่างที่คาดหวังก็มีโอกาสสะดุดขาตัวเองจนเกิดแบงก์ล้มได้ ซึ่งคณะกรรมการและทุกคนไม่อยากเห็นธนาคารไทยพาณิชย์เป็นเช่นนั้น
เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นดิจิทัลแบงก์กิ้งอย่างเต็มรูปแบบ อาทิตย์ กล่าวว่า ปีนี้จะเป็นปีที่เขาทุ่มเทและเอาใจใส่กับเรื่องของเทคโนโลยีมากขึ้น โปรแกรมหรือระบบต่างๆ ที่มีอยู่จะต้องใช้ให้เป็นให้เข้าใจระบบให้หมด และจะต้องลองใช้ทุกอย่างที่เป็นบริการธนาคารมือถือ
“เราจะเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของไลฟ์สไตล์ลูกค้าไม่ได้ หากเราใช้เทคโนโลยีที่เขาใช้กันไม่เป็น ก็จะไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าไม่ได้ ในอดีตซีอีโออาจไม่ต้องพิมพ์ดีดเป็น แค่ดูแลนโยบาย แต่ปัจจุบันนี้ไม่พอ ซีอีโอต้องรู้รอบและรอบรู้” อาทิตย์ กล่าว
สำหรับ ญนน์ ที่ดูแลลูกค้ารายย่อยนั้น ก็ต้องออกเดินสำรวจตลาดเช่นกัน ในวันหยุดเขาจะขึ้นรถไฟฟ้า และไปตามแหล่งช็อปปิ้งต่างๆ เพื่อดูเทรนด์ และดูการเปลี่ยนแปลงของตลาด ซึ่งถือเป็นเรื่องสนุก ก็จะมีคนจำได้บ้างเวลาไปเดินเล่น ว่าเป็นนายแบงก์
“ผมชอบไปเดินดูโน่นดูนี่ ไม่ได้ถือว่าไปทำงาน แต่ก็มักจะได้อะไรดีๆ กลับมาจากการออกไปเดินเล่นเสมอ” ญนน์ กล่าว
นับเป็นภารกิจอันใหญ่หลวงในการปรับโครงสร้างองค์กรบนพื้นฐานความสำเร็จ ซึ่งหลายฝ่ายกำลังจับตาว่า ธนาคารไทยพาณิชย์โฉมใหม่ ภายใต้การนำของผู้บริหาร 2 คน จะสามารถต่อยอดในสิ่งที่ กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จะเลื่อนชั้นขึ้นไปเป็นกรรมการธนาคารหลังจากนี้ วางรากฐานไว้ให้ก้าวหน้าได้ไกลเพียงใด







