
กรุงไทยปิ๊งใช้สาขา
ผ่าแผนกรุงไทยขยายลูกค้ารายย่อย เจาะพนักงานเอกชนผ่านสินเชื่อบุคคล
ผ่าแผนกรุงไทยขยายลูกค้ารายย่อย เจาะพนักงานเอกชนผ่านสินเชื่อบุคคล
นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในปี 2558 ธนาคารเน้นขยายฐานลูกค้ารายย่อยในภาคเอกชน เพราะเป็นกลุ่มที่ยังมีฐานลูกค้าน้อยเมื่อเทียบกับธนาคารอื่น ประกอบกับฐานลูกค้ากลุ่มราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจเริ่มอิ่มตัว
ทั้งนี้ จะยึดหลักการทำตลาด 2 ด้าน คือ เข้าใจความต้องการของลูกค้า และเข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง โดยจุดแข็งนอกจากจะเป็นธนาคารหลักของลูกค้าราชการแล้ว ธนาคารยังมีฐานลูกค้ารายย่อยในต่างจังหวัดเป็นอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 25-26% มีทั้งลูกค้าราชการเอกชน และนักศึกษาที่กู้ยืมเงินผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้เริ่มขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ผ่านการทดลองออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคล ซูเปอร์ อีซี่ ด้วยดอกเบี้ย 18% ต่ำสุดในตลาดที่คิดดอกเบี้ยเฉลี่ย 25-28% เน้นผู้มีรายได้ประจำเดือนละ 1.8 หมื่นบาทขึ้นไป ได้รับการตอบรับดีเกินคาด ซึ่งหากสิ้นสุดโปรโมชั่น 31 ม.ค. 2558 จะมีการสรุปผลดำเนินงานที่ชัดเจนอีกครั้ง
ขณะที่คุณภาพหนี้เป็นที่น่าพอใจ แม้จะมีปัญหาหนี้ครัวเรือนคอยกดดัน เพราะธนาคารเลือกกลุ่มลูกค้าที่มีความสามารถชำระหนี้ และมีการคัดกรองความเสี่ยงตามมาตรฐาน พิจารณาภาระหนี้ต่อรายได้ และประวัติชำระหนี้ที่ดี โดยเป็นลูกค้าคนละกลุ่มกับบริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี) ที่จับกลุ่มรายได้ระดับ 1 หมื่นบาท ซึ่งความเสี่ยงไม่เท่ากัน และไม่เป็นการดึงลูกค้ากันเอง
“การที่ธนาคารไม่เคยมีฐานลูกค้าในกลุ่มนี้ ทำให้ใช้ราคาเป็นตัวนำได้ ซึ่งธนาคารอื่นทำแบบเราไม่ได้เพราะจะกระทบกับพอร์ตที่มีอยู่เดิม โดยการมาทีหลังเราก็ใช้วิธีเลือกลูกค้าที่ดี คุ้มค่าความเสี่ยง ซึ่งเราอยากมีส่วนแบ่งตลาดในสินเชื่อบุคคลสัก 15% จากปัจจุบันตลาดอยู่ที่ 1-2 แสนล้านบาท” นายธัญญพงศ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังคงรุกสินเชื่อบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เป้าหมายเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% หลังจากที่ประสบความสำเร็จในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่ทำให้พอร์ตสินเชื่อบ้านกรุงไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในระบบ แต่คงไม่ใช้ราคาเป็นตัวนำเพราะมีส่วนต่างดอกเบี้ยบ้างอยู่แล้ว โดยจะหันมาเน้นคุณภาพและความรวดเร็วของการให้บริการ
นอกจากนี้ ธนาคารจะมุ่งเน้นลุ่มลูกค้าของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่มี 15-16 รายมากขึ้น จากเดิมเป็นการปล่อยสินเชื่อแบบกระจายทั่วไป ซึ่งในกลุ่มลูกค้าโครงการยอมรับว่ามาช้ากว่าคู่แข่ง การเข้าถึงตลาดจะใช้กลยุทธ์การบริการแบบวันสต็อปเซอร์วิส โดยอาศัยจุดแข็งของธนาคารที่มีสาขาเยอะ เข้าถึงลูกค้าง่ายกว่า







