
วัยรุ่นออมเงินร้อย โตเป็นผู้ใหญ่เงินล้าน
แชร์!! วิธีออมเงินแสน สำหรับนักเรียน นักศึกษา” โพสต์โดยสมาชิก pantip.com หมายเลข 1400837
“แชร์!! วิธีออมเงินแสน สำหรับนักเรียน นักศึกษา” โพสต์โดยสมาชิก pantip.com หมายเลข 1400837 น่าจะเป็นกระทู้เด่นอีกกระทู้หนึ่งในเว็บไซต์พันทิป และเป็นเรื่องที่เหมาะมากสำหรับวันอาทิตย์ที่สองของเดือน ม.ค. เพราะ “เด็กเมื่อวานนี้ กลายเป็นวัยรุ่นในวันนี้ และจะเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า”
หมายเลข 1400837 เป็นนักศึกษาปี 1 ที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะต้องมีเงินเก็บ 5 แสนบาท ก่อนเรียนจบปี 4
วิธีการเดินไปสู่เป้าหมายของหมายเลข 1400837 คือ
- ทันทีที่แม่โอนเงินมาให้เธอจะแบ่งส่วนหนึ่งไปออม แล้วจึงนำเงินที่เหลือมาใช้จ่าย
- บริหารจัดการเงิน เริ่มจากการเบิกเงินออกมาใช้สัปดาห์ละประมาณ 1,000 บาท และการจดบันทึกรายจ่าย
- เวลามีเงินเหลือเป็นเศษเหรียญ 5 บาท กับ 10 บาท เธอก็จะเก็บไว้เป็นเงินออมพิเศษอีกส่วนหนึ่ง รวมๆ กันแล้วได้เดือนละประมาณ 500 บาท
- เมื่อมีเวลาว่างไปรับสอนพิเศษหารายได้เสริม
ทั้งหมดนี้ทำให้เธอมั่นใจว่า จะมีเงิน 1 แสนบาทแรกเป็นของขวัญเมื่อตอนอายุ 19 ปี
แต่ก็น่าเสียดายที่หลายคนมองข้ามวิธีคิดและวิธีการออมของเธอไป โดยคิดว่า “เธอก็ทำได้น่ะสิ เพราะพ่อแม่ให้เงินใช้เดือนละ 1 หมื่นบาท” ซึ่งจริงๆ แล้ว จำนวนเงิน (ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงินเป้าหมาย หรือ จำนวนเงินที่เก็บออมได้) ไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่วิธีคิดและการลงมือทำสำคัญกว่า
เพราะฉะนั้น ขอท้าทายวัยรุ่นไทย เริ่มจากตั้งเป้าหมายที่จะออมเงิน และเริ่มต้นออมด้วยวิธีการในแบบของเราเอง
วัยรุ่นไทยไม่สิ้นหวัง
เกิดเป็นวัยรุ่นสมัยนี้แสนลำบาก เพราะวัยรุ่นยุคนี้มีสิ่งยั่วตา ยั่วใจ ให้ใช้เงินได้ง่ายๆ แต่พอเห็นข้อมูลจากงานวิจัยเรื่องปัจจัยในการทำนายพฤติกรรมการออมของนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร โดย วิไลลักษณ์ เสรีตระกูล แล้วสบายใจ และบอกได้เลยว่า “ยังมีหวัง”
เพราะ วิไลลักษณ์ สำรวจพฤติกรรมการออมของนักศึกษาในกรุงเทพฯ 11 แห่ง แล้วพบว่า นักศึกษา 73% มีการออมเงิน แม้ว่าส่วนใหญ่ (57%) จะเป็นการออมแบบไม่สม่ำเสมอ แต่ในจำนวนนี้ประมาณ 65% มีการออมตั้งแต่ 10% ของรายได้ที่ได้รับ
นอกจากจะมีการออมแล้ว ยังมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการออมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- การออมเป็นเรื่องสำคัญ
- คนเราควรออมเงินส่วนหนึ่งไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
- ไม่ชอบเป็นหนี้
- พยายามออมเงินไว้เสมอ
- ควรเอาเงินที่ออมไว้ไปใช้ให้เกิดรายได้เป็นดอกผล
เพราะฉะนั้น วัยรุ่นไทยไม่ได้มีแค่หมายเลข 1400837 เท่านั้น ที่รู้จักและเริ่มต้นการออมตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น นอกจากนี้วัยรุ่นไทยจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจเรื่องการลงทุน และถ้าติดตาม หมายเลข 1400837 จะรู้ว่า ในช่วงนี้เธอกำลังสนใจและศึกษาเรื่องการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนรวม
เริ่มจากเก็บเดือนละร้อย
หลายคนบอกว่า หมายเลข 1400837 มี “ต้นทุน” ที่ดี เพราะดูเหมือนว่า จะอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะดี แล้ววัยรุ่นที่ไม่ได้มีต้นทุนสูงขนาดนั้นจะทำได้ไหม
ตอบได้แบบมีข้อมูลยืนยันว่า “ไม่ว่าใครก็ทำได้” และการเริ่มต้นออมเงินเพียงเดือนละร้อย ก็สามารถทำให้มีเงินล้านได้แบบเดียวกัน
ถ้าตอนนี้เรากำลังเรียนในชั้นปี 1 เป็นไปได้ไหมที่จะเก็บเงินให้ได้สักเดือนละ 100 บาท
พอขึ้นปี 2 กลั้นใจอีกนิดเก็บเงินเพิ่มเป็น 200 บาท
ถึงปี 3 อดใจได้มากขึ้น เพิ่มเงินออมเป็น 300 บาท/เดือน
และปีสุดท้ายก่อนออกจากรั้วมหาวิทยาลัย โชว์ศักยภาพออมให้ได้เดือนละ 400 บาท
เงินที่ออมได้ในแต่ละเดือนนี้ยังไม่ต้องไปคิดลงทุนอะไรก็ได้ แค่เปิดบัญชีเงินฝาก แต่ห้ามทำบัตรเอทีเอ็ม มีหน้าที่อย่างเดียว คือ ทุกสิ้นเดือน หรือเมื่อมีเวลาก็นำเงินที่เก็บไว้ไปเข้าบัญชี
พอเรียนจบเราจะมี “ทุน” ในธนาคาร 1.2 หมื่นบาท (กับดอกเบี้ยอีกนิดหน่อย ที่นิดหน่อยจริงๆ)
และหลังจากนี้ เราจะนำเงินทุนที่มีอยู่ออกไปลงทุน ซึ่ง นิจจรีย์ นิธินวกร หรือ “นานิ” (ตอนนี้เธอเรียนอยู่ปี 4) ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “สร้างเงินล้านก่อนเรียนจบ” สำนักพิมพ์สต็อคทูมอร์โรว์ แนะนำว่า วัยรุ่นอย่างเรา ซึ่งเป็นมือใหม่สำหรับการเริ่มต้นลงทุน ให้ลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีมืออาชีพมาบริหารจัดการให้จะดีกว่า
“วัยรุ่นแม้จะไม่มีความรู้ในการลงทุนก็ต้องลงทุน ซึ่งอาจจะเริ่มจากนำเงินเก็บสักก้อนมาลงทุน อยากให้เริ่มจากลงทุนในกองทุนรวม และหลังจากนั้นก็เริ่มเรียนรู้เรื่องการลงทุน ติดตามการลงทุนของผู้จัดการกองทุน อ่านหนังสือเรื่องหุ้นบ้าง แล้วค่อยมาเริ่มลงทุนหุ้นรายตัวก็ได้” นานิ แนะนำ
การลงทุนในกองทุนรวมสามารถลงทุนเริ่มต้นแค่ 1,000-2,000 บาทเท่านั้น จากนั้นพอเริ่มทำงาน เราจะคุ้นเคยกับการออมเป็นประจำทุกเดือน เราก็แค่เก็บออมให้ต่อเนื่อง แต่เพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 บาท
ถ้าทำไปเรื่อยๆ เงินร้อยของเราจะงอกเงยเป็นเงินล้านแบบไม่รู้ตัว
เพราะลงทุนต่อเนื่องไป 30 ปี และได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 8% ต่อปี เงินเราจะเพิ่มเป็น 1.48 ล้านบาท และถ้าผลตอบแทนเพิ่มเป็น 10% ต่อปี เงินร้อยเมื่อตอนครั้งยังเป็นวัยรุ่นจะกลายเป็น 2.18 ล้านบาท ในวัยผู้ใหญ่
เพราะไม่อยากอด เลยไม่มีออม
นานิ บอกว่า วัยรุ่นใช้เงินพ่อแม่ไม่ใช่เรื่องผิด แต่อย่าใช้ฟุ่มเฟือย อย่าใช้จนเกินพอดี และต้องรู้จักเก็บออม ซึ่งเธอบอกว่า จำนวนเงินที่ออมได้อาจจะไม่ต้องมาก เพราะถ้าอยากมีเงินออมมากๆ แสดงว่า ต้องขอเงินจากพ่อแม่มามากๆ แต่อย่างน้อยขอให้เก็บให้ได้ประมาณ 10% ของรายได้ที่ได้
แต่เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าใครๆ ก็อยากจะมีเงินออม แม้แต่วัยรุ่นที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่ที่ไม่มีออม เพราะไม่อยากอด ไม่อยากอดกิน ไม่อยากอดมี ไม่อยากอดเที่ยว ไม่อยากอีกสารพัดอด
“เวลาที่นานิอยากได้อะไรเป็นพิเศษต้องหาเงินซื้อเอง และจะไม่ซื้อตัวท็อป แต่ถ้ายังไม่มีเงิน หรือมีเงินไม่พอก็ต้องรอให้เป็น นานิรอได้” นานิ กล่าว
แล้วเราล่ะ ยอมอดได้ไหม และรอได้ไหม ถ้าทำได้ เราก็เป็นวัยรุ่นที่มีเงินออมได้เหมือนกัน







