
ปตท.ลั่นกำไรทะลัก
ปตท.ลั่นกำไรปี 2558 โตกว่าปีก่อน ปรับราคาก๊าซ ขายหุ้นเคจีไอคาดน้ำมันจะลงอีกไม่มากแล้ว
ปตท.ลั่นกำไรปี 2558 โตกว่าปีก่อน ปรับราคาก๊าซ ขายหุ้นเคจีไอคาดน้ำมันจะลงอีกไม่มากแล้ว
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า บริษัทมีความมั่นใจว่ากำไรในปี 2558 จะทำได้มากกว่าปี 2557 เนื่องจากจะได้ประโยชน์จากนโยบายการปฏิรูประบบพลังงานในประเทศซึ่งจะส่งผลดี โดยเฉพาะธุรกิจผลิตและจำหน่ายก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 20-25% ของกำไรบริษัท หลังจากรัฐบาลมีนโยบายปรับราคาอิงราคาตลาดโลก เพราะในปี 2557 บริษัทต้องรับภาระขาดทุนทั้งสิ้นประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ในปีนี้บริษัทมีโอกาสได้ประโยชน์จากกำไรสต๊อกน้ำมัน (Stock Gain) หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยทั้งปี 2557 ปรับลดลงมาปิดที่ระดับประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และปัจจุบันลงมาต่อที่ระดับ 45 เหรียญสหรัฐ ถือเป็นระดับที่ใกล้จุดต่ำสุดจากผลกระทบความต้องการใช้ที่หดตัว ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาพลังงานมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง 2558 ตามเศรษฐกิจของโลก
อย่างไรก็ดี กำไรที่ดีขึ้นยังไม่นับรวมกับโอกาสในการบันทึกกำไรพิเศษจากแผนการขายหุ้นบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) ทั้งหมดที่บริษัทถืออยู่สัดส่วน 27.22% และแผนการขายหุ้นบริษัทโรงกลั่นสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ออกทั้งหมดซึ่งบริษัทถือหุ้นสัดส่วน 36%
“ภาพรวมกำไร ปตท.ปีนี้สูงขึ้นกว่าปีที่แล้วแน่นอน ซึ่งกำไรปี 2557 กำลังจัดทำงบ น่าจะออกมาใช้ได้เช่นกัน ส่วนปี 2558 มีปัจจัยบวกจากการปรับราคาก๊าซธรรมชาติทั้งแอลพีจีและเอ็นจีวี ขณะที่โอกาสขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันลดลง เพราะราคาลงไปใกล้จุดต่ำสุดแล้วและมีโอกาสกำไรจากสต๊อกน้ำมัน ยังไม่นับรวมกำไรพิเศษที่จะบวกเข้ามาจากแผนการขายหุ้น BCP และ SPRC ทั้งหมดที่ถืออยู่ออกมาด้วย” นายสุรงค์ กล่าว
สำหรับประมาณการราคาน้ำมันในปี 2558 ของบริษัทอยู่ระหว่างทบทวนตัวเลขของทีมเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเดิมทำไว้ 3 ช่วงราคา คือ 40 เหรียญสหรัฐ 60 เหรียญสหรัฐ และ 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยน่าจะสรุปในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ เนื่องจากต้องการติดตามความชัดเจนของนโยบายกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (โอเปก) รวมถึงประเมินถึงความต้องการใช้น้ำมันของโลก
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า ราคาน้ำมันจะยังคงผันผวนต่อไปในระยะสั้น แต่มีโอกาสที่จะปรับลงต่อไม่มากแล้ว คาดว่าราคาจะฟื้นตัวได้ในครึ่งหลังของปีนี้ ทำให้โรงกลั่นมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน ปัญหาที่ค้างคาบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เรื่องการปฏิรูปราคาก๊าซคลี่คลายไปแล้ว แต่ราคาโอเลฟินส์ที่ก่อนหน้านี้แข็งแกร่งและช่วยสนับสนุนผลประกอบการ ก็ได้ปรับลดลงในที่สุดตามราคาน้ำมันที่ลดลง
“ราคาน้ำมันปรับลดลงถึง 57% จากกลางปีที่แล้ว และเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกลุ่มพลังงาน แต่ขณะนี้เริ่มมองเห็นจุดต่ำสุดอยู่รำไรแล้ว ปัจจุบันประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลายประเทศก็ต้องดิ้นรนที่จะดูแลเศรษฐกิจของตัวเอง อาทิ รัสเซีย ลิเบีย และอิรัก นอกจากนั้นเริ่มเห็นข่าวว่าผู้ประกอบการยกเลิกแผนการขุดเจาะและปรับลดปริมาณการผลิตลง เนื่องจากราคาน้ำมันร่วงลงมาต่ำกว่าจุดคุ้มทุนของรอบการผลิตเป็นครั้งแรก” บล.เคจีไอ ระบุ
ราคาน้ำมันดิบดูไบในเดือน ธ.ค.ร่วงลงแรงถึง 35 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 61 เหรียญสหรัฐ ทำให้โรงกลั่นทุกแห่งจะประสบผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันอย่างหนักในไตรมาส 4 ปี 2557 โดยเฉพาะบริษัท ไทยออยล์ (TOP) และบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) จะมีผลขาดทุนในปี 2557 แต่ราคาน้ำมันจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ ในครึ่งปีหลัง ทำให้โรงกลั่นกลับมามีกำไรจากสต๊อกน้ำมันได้บ้าง นอกจากนี้จะช่วยหนุนให้ GRM เพิ่มขึ้น 2-3 เหรียญสหรัฐ ส่วน PTT จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน
ด้านราคาหุ้น ปตท.ที่ปรับตัวขึ้นมาติดต่อกัน 3 วัน เริ่มพักตัวมาปิดที่ 338 บาท ลดลง 2 บาท







