
ปั้นแบรนด์เสื้อผ้าอาเซียน
แนะปั้นเสื้อผ้าไทยเป็นแบรนด์อาเซียน คาดสัดส่วนส่งออกในภูมิภาคโต 10% ภายใน 3-5 ปี
แนะปั้นเสื้อผ้าไทยเป็นแบรนด์อาเซียน คาดสัดส่วนส่งออกในภูมิภาคโต 10% ภายใน 3-5 ปี
นายถาวร กนกวลีวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการไทย ในการส่งสินค้าไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องพัฒนาแบรนด์สินค้าไทยให้กลายเป็นแบรนด์สินค้าของภูมิภาคให้ได้ เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ และใช้ประโยชน์จากการรวมประชาคมอาเซียน ซึ่งการที่ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการออกแบบ และมีฐานการผลิตที่มีความพร้อมอยู่แล้ว รวมทั้งมีระบบการค้าปลีกที่เข้มแข็ง จะเป็นจุดแข็งในการผลักดันเสื้อผ้าแบรนด์ไทยให้เป็นแบรนด์ของภูมิภาคได้
นอกจากส่งออกสินค้าไปจำหน่ายแล้ว ผู้ประกอบการอาจไปหาแหล่งวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาผลิตในเมืองไทยได้ หรือหาผู้รับจ้างผลิตสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านให้ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ไทยได้อีกช่องทางหนึ่ง แทนการย้ายฐานการผลิตออกไปต่างประเทศ
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการส่งสินค้าไปจำหน่ายภายใต้แบรนด์ตัวเองน้อยมากไม่ถึง 10% ของผู้ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ไทย โดยบางรายอยู่ระหว่างศึกษาตลาด เนื่องจากมองว่าตลาดสินค้าแฟชั่นในประเทศเพื่อนบ้านยังมีขนาดเล็ก
สำหรับการส่งออกไปต่างประเะทศ จะต้องเตรียมความพร้อมให้ดี เช่น ความยืดหยุ่นด้านการผลิต เพื่อปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า มีการบริหารจัดการสินค้าที่ดี รู้จักระบบการค้าปลีก มีทีมงาน พนักงานในบริษัทที่พร้อมจะติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศ หรือพร้อมจะเดินทางไปต่างประเทศ เป็นต้น
นายถาวร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันไทยส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มไปขายในตลาดอาเซียนในสัดส่วนที่น้อย เมื่อเทียบกับส่งไปสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น แต่คาดว่า สัดส่วนการส่งออกไปอาเซียนจะเพิ่มเป็น 10% ได้ภายใน 3-5 ปี
ทั้งนี้ สัดส่วนตลาดการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มที่สำคัญในปัจจุบัน ได้แก่ ตลาดสหรัฐ 35% สหภาพยุโรป (อียู) 23% ญี่ปุ่น 15% อาเซียน 5% จีนและฮ่องกง 4% ซึ่งตลาดจีนมีการเติบโตค่อนข้างสูง เพราะสินค้าหลายแบรนด์ของจีนย้ายฐานการผลิตมาเมืองไทย เพื่อส่งสินค้ากลับไปจีน
“ปี 2558 ตลาดญี่ปุ่นและยุโรปน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น เพราะญี่ปุ่นเริ่มมาหาแหล่งผลิตสินค้าในอาเซียนมากขึ้น” นายถาวร กล่าว







