
ตีโจทย์ให้แตก
ต้องย้อนไปก่อนว่า ทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ สิ่งที่เราเห็นก็คือ การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นในช่วงตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค. เมื่อมามองสถานการณ์ปัจจุบันหลายคนประเมินว่า เหตุผลจริงๆ มาจากปัจจัยในต่างประเทศ แต่ยกตัวอย่างเช่น เขาประเมินว่าผลกระทบเกิดจากสถานการณ์การเมืองที่กรีซ เป็นต้น ซึ่งอันที่จริงแล้วภาพหลักๆ ที่ต้องยอมรับว่าทำให้ทิศทางตลาดหุ้นไทยปรับตัว เหตุผลที่ชัดเจนก็คือ 1.เศรษฐกิจฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาด และ 2.การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน
ต้องย้อนไปก่อนว่า ทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ สิ่งที่เราเห็นก็คือ การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นในช่วงตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค. เมื่อมามองสถานการณ์ปัจจุบันหลายคนประเมินว่า เหตุผลจริงๆ มาจากปัจจัยในต่างประเทศ แต่ยกตัวอย่างเช่น เขาประเมินว่าผลกระทบเกิดจากสถานการณ์การเมืองที่กรีซ เป็นต้น ซึ่งอันที่จริงแล้วภาพหลักๆ ที่ต้องยอมรับว่าทำให้ทิศทางตลาดหุ้นไทยปรับตัว เหตุผลที่ชัดเจนก็คือ 1.เศรษฐกิจฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาด และ 2.การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน
เหตุผลที่หนึ่ง นั้นง่ายมากที่จะอธิบายเพราะว่า ตัวเลข GDP ในปี 2557 มีการฟ้องไว้อยู่แล้วว่า การเติบโตที่เกิดขึ้นต่ำกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และวิธีการดูการคาดการณ์ในยุคนี้ง่ายมาก ก็คือ ให้ย้อนดูการคาดการณ์ปี 2557 ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2556 เพราะมีการบันทึกไว้ตามสื่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ ไว้อยู่แล้ว และห้ามดูการปรับประมาณการเพราะนั่นไม่มีประโยชน์ในการคาดการณ์ เช่น จะคาดการณ์ในปี 2557 แต่ปรับการคาดการณ์ในช่วงครึ่งหลังปี 2557ซึ่งตัวเลขออกไปมากกว่า 50% จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องเรียกว่าการคาดการณ์ ซึ่งจะพบว่าตัวเลขการเติบโตที่เกิดขึ้นต่ำกว่าที่คาด จนทำให้ตัวเลข GDP ล่าสุดมีโอกาสจะอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1% เพราะฉะนั้นการที่เศรษฐกิจโตต่ำกว่าที่คาด กำไรบริษัทจดทะเบียนก็ต้องต่ำกว่าด้วย เหตุผลที่สอง การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน แม้จะส่งผลทำให้ต้นทุนลดลง อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมัน ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลดีต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจในระยะกลาง-ยาว แต่ระยะสั้น เนื่องจากตลาดหุ้นไทยการถ่วงน้ำหนัก ในกลุ่มพลังงานยังมีผลต่อ SET INDEX สูงมากจึงไม่แปลกอะไรในสิ่งที่เกิดขึ้น
นั่นก็คือ เหตุผลการตีโจทย์ให้แตกว่า หุ้นลงเพราะอะไร กล่าวง่ายๆ ก็คือ ณ ที่ SET INDEX 1,600 จุด นั้นหุ้นแพงไป กำไรบริษัทจดทะเบียนในปีที่แล้วปีนขึ้นไปไม่ถึง อีกทั้งการลงของราคาน้ำมัน น่าจะมีผลโดยตรงที่จะทำให้กำไรของกลุ่มพลังงานลดลงกลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน เพราะเปิดตลาดหุ้นไทย 2 วันแรกมีการปรับตัวลดลง ซึ่งการดีดกลับในวันต่อมาก็ค่อนข้างแรง จนทำให้ดูเสมือนว่า เมฆร้ายที่ปกคลุมน่าจะหายไปแล้ว ทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันยังไม่มีการปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้องมองให้ดี คือ ตีให้แตกเหตุผลจริงๆ ก็คือ มีการคำนวณว่า กรณีราคา LPG ขึ้น และการคำนวณราคาหน้าโรงกลั่นมีผลทำให้กลุ่ม PTT ทั้งหมด ไม่ว่าทำธุรกิจอะไร ได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น (มองในมุม PTT คือ เสียประโยชน์ที่ต้องไปช่วยน้อยลง) นั่นก็คือ เหตุผลสำคัญที่ทำให้จิตวิทยาการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานกลับมาดี
กลับมาสู่ SET INDEX ล่าสุด ในมุมของการวิเคราะห์ทางเทคนิค จะพบว่า มีการปรับตัวขึ้นมาแนวต้านที่ 1,520 ซึ่งในบริเวณนี้สำคัญมาก กล่าวคือ กรณี SET INDEX จะลงได้อีก จะยืน 1,500-1,520
ไม่ได้ แต่กรณียืนได้ มีโอกาสที่แนวโน้มหลักจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตามกรณีพิจารณาจากภาพใหญ่ในกราฟ SET INDEX รายสัปดาห์ ก็ยังคงกังวลการเกิดภาพ DOUBLE TOP ซึ่งเป็นจุดที่ต้องระมัดระวังในการลงทุนในช่วงต้นปี และสอดคล้องกับในแง่ปัจจัยทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ดีนักในช่วงต้นปี และการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน
บทสรุป ในสิ่งที่เกิดขึ้นต้องการนำเสนอการตีโจทย์ให้แตกและหาสาเหตุที่แท้จริง ว่า หุ้นขึ้นหรือลงเพราะอะไร แต่สำหรับทิศทางระยะสั้น แม้สถานการณ์ดีขึ้นมากๆ แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ การยืนในบริเวณ 1,500-1,520 สามารถทำได้หรือไม่ เพราะการยืนได้ของ SET INDEX จึงเป็นสัญญาณที่ต้องกลับมาพิจารณาว่า แนวโน้มของดัชนีจะเปลี่ยนจากขาลงเป็นขาขึ้นหรือไม่ เนื่องจากในแง่ปัจจัยต้องยอมรับว่า ต้นปียังมีความเสี่ยง และยังการันตีไม่ได้ว่าจุดต่ำสุดของ SET INDEX นั้นเกิดขึ้นไปแล้ว? n
หมายเหตุ : ขอประชาสัมพันธ์สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจจะร่วมเดินทางไปที่อิตาลี โดยจะทริปเป็น “อิตาลี โรแมนติก” ระหว่างวันที่ 8-16 เม.ย. 2558 สนใจติดต่อ 02-221-4559







