
AKR ลั่นรายได้พุ่งเท่าตัว
AKR สัญญารายได้ปีนี้โตเท่าตัว หลังรัฐลุยโซลาร์ 800 เมกะวัตต์ ส่วนปี 2559 ได้เออีซีหนุนยอดขาย
AKR สัญญารายได้ปีนี้โตเท่าตัว หลังรัฐลุยโซลาร์ 800 เมกะวัตต์ ส่วนปี 2559 ได้เออีซีหนุนยอดขาย
นายดนุชา น้อยใจบุญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม (AKR) เปิดเผยถึงแผนการทำธุรกิจในปี 2558 ว่าน่าจะสดใสและเติบโตขึ้นจากปี 2557 ภายหลังจากรัฐบาลโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เดินหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน 800 เมกะวัตต์ ด้วยวงเงินลงทุนประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรายได้จากธุรกิจโซลาร์ฟาร์มเข้ามาประมาณ 2,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่บริษัทมีรายได้จากธุรกิจหม้อแปลงเพียงอย่างเดียวประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้มีรายได้จากสองส่วนจึงคาดว่ารายได้รวมจะทำได้ประมาณ 4,400 ล้านบาท
“ธุรกิจหม้อแปลงคาดว่าปีนี้น่าจะเติบโตจากปีก่อนประมาณ 10% ส่วนโซลาร์ฟาร์มของทางการ 800 เมกะวัตต์ บริษัทคาดหวังว่าจะได้เข้าไปรับงานประมาณ 40 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยจะเป็นหน้าที่ทั้งทำเงิน คือ ผลิตและขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเองซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ได้ทันทีและรับจ้างในการทำ ซึ่งคาดว่ารายได้จากธุรกิจนี้จะเริ่มรับรู้ในไตรมาส 2 ปี 2558 เป็นต้นไป” นายดนุชา กล่าว
ทั้งนี้ ธุรกิจโซลาร์ฟาร์มนั้นถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของบริษัท เพราะมีโรงงานในการผลิตแผงโซลาร์เอง ซึ่งภายหลังจากรัฐบาลมีความชัดเจนว่าจะมีการเปิดประมูลและมีเงื่ิอนไขในร่างทีโออาร์ว่าจะต้องใช้แผงจากผู้ผลิตในประเทศ ก็เป็นโอกาสที่ดีให้กับริษัทเพราะมีโรงงานอยู่แล้ว ขณะนี้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะเข้ามาต้องใช้เวลาในการก่อสร้างโรงงานประมาณ 2 ปี ซึ่งยอมรับว่าขณะนี้มีพันธมิตรหลายรายให้ความสนใจที่จะเข้ามาร่วมหุ้นกับบริษัท เอกรัฐโซล่าร์ ในการทำธุรกิจโซลาร์ฟาร์มทั้งจีนและญี่ปุ่น บริษัทก็เปิดกว้างรับพันธมิตรแต่ในการร่วมพันธมิตรก็จะเปิดให้ร่วมในส่วนน้อย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทแบกรับการขาดทุนจากเอกรัฐโซล่าร์ แต่หลังปรับการโครงสร้างหนี้และทุนสำเร็จมีแนวคิดที่จะขายออกไปในราคาส่วนลด แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปมาก หลังบริษัทปรับโครงสร้างทุกอย่างสำเร็จ รัฐก็มีนโยบายชัดเจนทำให้บริษัทพลิกจากผู้ที่เคยถูกเลือกเป็นผู้เลือกคนที่จะเข้ามาร่วมทุน
ขณะนี้บริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 700 ล้านบาท โดยงานมูลค่า 500 ล้านบาทนั้น เมื่อส่งมอบเสร็จก็จะรับรู้ได้ทันทีส่วนอีก 200 ล้านบาท บริษัทได้ชนะการประมูลของโครงการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มาแล้ว
รอการเซ็นสัญญา เพราะทาง กฟภ.เพิ่งมีคณะกรรมการ (บอร์ด) จึงต้องรอและการเข้าประมูลงานของ กฟภ.ยังคงมีเกิดขึ้นต่อเนื่องทุกๆ ปี คาดปีละประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทก็จะมีโอกาสได้รับงานทุกๆ ปี ปีละ 10-15%
นอกจากนี้ ในปี 2559 เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน (AEC) ก็จะทำให้โอกาสธุรกิจมากขึ้น จากปัจจุบันที่มียอดขายหม้อแปลงประมาณ 10% ของยอดขายรวมก็จะเพิ่มเป็น 20% ได้ เพราะกฎกติกาการค้าจะเปลี่ยนไป ทำให้การเข้าไปนั้นทำได้สะดวกขึ้น ซึ่งในปัจจุบันบริษัทได้ออกไปทำธุรกิจหม้อแปลงที่พม่าแล้วและกลุ่มประเทศ AEC ต้องพัฒนาหม้อแปลงก็จะเป็นที่ต้องการ
หุ้น AKR ปิด 1.80 บาท บวก 0.10 บาท







