
ธปท.ยันไม่ต้องลดดอกเบี้ย
ธปท.ย้ำยังไม่ลดดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อต่ำ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ใช้จ่ายเริ่มกระเตื้อง
ธปท.ย้ำยังไม่ลดดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อต่ำ ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ใช้จ่ายเริ่มกระเตื้อง
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ไม่กังวลกับระดับเงินเฟ้อที่ต่ำในช่วงนี้ เพราะแม้จะลดลงจนแตะหรือต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ที่ 2.5% โดยบวก/ลบ 1.5% บ้าง แต่ก็เป็นเพราะปัจจัยราคาน้ำมันโลกที่ลดลงแรง ไม่ใช่เพราะความต้องการของผู้บริโภคลดลง จึงไม่ถึงขั้นต้องเปลี่ยนทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินหรือดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินเฟ้อ แต่อย่างใด
“เงินเฟ้อต่ำจากปัจจัยด้านการผลิต (ซัพพลาย) ไม่ใช่ความต้องการบริโภค (ดีมานด์) ซึ่งนโยบายดอกเบี้ยส่วนใหญ่จะใช้กับด้านดีมานด์ ถ้าสูงไปก็ดึงลงมา ต่ำไปก็กระตุ้นให้สูงขึ้นได้ ฉะนั้นรอบนี้ ธปท.จึงไม่กังวลอะไร หากการดูแลเงินเฟ้อปีนี้จะต่ำลงมาแตะขอบล่างบ้าง หรือเลยขอบล่างลงไปบ้างในบางช่วงก็ไม่เป็นไร เราคงไม่ต้องไปเปลี่ยนนโยบายการเงิน เพราะเป็นปัจจัยเพียงชั่วคราว เป้าหมายเงินเฟ้อจะดูจากค่าเฉลี่ยทั้งปี” นายประสาร กล่าว
นายประสาร กล่าวด้วยว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงมาอย่างต่อเนื่องอาจเป็นเพียงแค่ชั่วคราว เนื่องจากราคาได้ลดลงไปค่อนข้างมากแล้ว จากระดับ 100 มาอยู่ที่ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จึงไม่น่าจะลดลงไปได้อีกมากนัก เพราะเริ่มมีคนมองว่าเป็นราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิตแล้ว ดังนั้น สักพักหนึ่งราคาน้ำมันคงจะปรับตัวไปที่ฐานราคาใหม่
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือนล่าสุดของเดือน ธ.ค. 2557 ว่า ดัชนีขยับขึ้นมาที่ 46.2 จาก 45.0 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้านั้น ยังเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 เดือนไปอยู่ที่ 47.1 ซึ่งสะท้อนว่าครัวเรือนส่วนใหญ่มีความกังวลต่อภาวะการครองชีพน้อยลงแล้ว โดยมีปัจจัยบวกจากความเชื่อมั่นในสถานการณ์ราคาสินค้า หลังอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงตามราคาน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม ทั้งดัชนีเดือน ธ.ค. และดัชนีล่วงหน้า 3 เดือน ก็ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 หรือยังอยู่ในแดนลบ ทำให้บ่งชี้ได้ว่าแม้สัญญาณในภาพรวมจะดีขึ้นกว่าเดิม แต่ครัวเรือนส่วนใหญ่ก็ยังคงกังวลต่อภาวะการครองชีพอยู่ นอกจากนี้ ตัวเลขใช้จ่ายที่ดีขึ้นยังอาจเป็นเพียงผลพวงระยะสั้นจากเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปี
ดัชนีองค์ประกอบภาวะเศรษฐกิจครัวเรือน บ่งชี้ว่าภาระในการชำระหนี้ของครัวเรือน และการใช้จ่ายในส่วนที่นอกเหนือจากภาระหนี้ คือปัจจัยสำคัญที่จำกัดการฟื้นตัวของการบริโภค โดยแม้ว่าภาระการชำระหนี้เดือน ธ.ค. จะดีขึ้นไปอยู่ที่ 46.2 จาก 44.4 แต่ตัวเลขคาดการณ์อีก 3 เดือนข้างหน้ากลับคงที่ในระดับ 47.1
นอกจากนี้ องค์ประกอบด้านรายได้เดือน ธ.ค. ยังนิ่งอยู่ที่ 48.8 จากเดือนก่อน ส่วนตัวเลขคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย อยู่ที่ 50.7 จาก 50.5 ขณะที่องค์ประกอบด้านเงินออมในเดือน ธ.ค.นั้น ลดลงอยู่ที่ 51.8 จาก 52.5 และสำหรับตัวเลขคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ลดลงอยู่ที่ 51.7 จาก 53.1
ทั้งนี้ สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เพราะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการฟื้นตัวของสถานการณ์รายได้ เงินออม และความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือน ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชนในปี 2558
“แม้ภาคครัวเรือนจะรับรู้ว่าระดับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจะยังไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แต่ภาระค่าครองชีพก็อาจจะยังไม่ลดน้อยลง เพราะยังมีความกังวลต่อตัวแปรในส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะภาระหนี้สิน นอกจากนี้ สถานการณ์รายได้ก็ยังคงไม่มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนในช่วงเวลาเดียวกัน และภาคครัวเรือนก็มีมุมมองเชิงบวกน้อยลงต่อภาวะการออมเงิน” ศูนย์วิจัยฯ ระบุ







