posttoday
‘พสุ’คิดการใหญ่ ดึงขยะอุตฯเข้าระบบ1.5ล้านตัน/ปี

‘พสุ’คิดการใหญ่ ดึงขยะอุตฯเข้าระบบ1.5ล้านตัน/ปี

08 มกราคม 2558

หลังได้รับการส่งไม้ต่อให้ขึ้นรั้งตำแหน่งอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) พสุ โลหารชุน เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการสะสางปัญหาและข้อขัดข้องในการออกใบอนุญาต ร.ง.4 ใบอนุญาตอาชญาบัตร และประทานบัตรที่ค้างท่อในยุคนักการเมืองเรืองอำนาจนับพันๆ ใบได้ลุล่วง แต่ยังมีภารกิจสำคัญๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการสานต่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอีกหลายเรื่อง

หลังได้รับการส่งไม้ต่อให้ขึ้นรั้งตำแหน่งอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) พสุ โลหารชุน เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการสะสางปัญหาและข้อขัดข้องในการออกใบอนุญาต ร.ง.4 ใบอนุญาตอาชญาบัตร และประทานบัตรที่ค้างท่อในยุคนักการเมืองเรืองอำนาจนับพันๆ ใบได้ลุล่วง แต่ยังมีภารกิจสำคัญๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการสานต่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอีกหลายเรื่อง

จัดมาตรฐานออกใบอนุญาตรับ กม.ใหม่

พสุ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “โพสต์ทูเดย์” ว่า กรอ.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ต้องดูแลการออกใบอนุญาต ร.ง.4 ได้ปรับปรุงกระบวนการออกใบอนุญาตให้อยู่ในกรอบเวลา 30 วัน จากเดิม 90 วันเรียบร้อยแล้ว และหากเวลาการออกใบอนุญาตช้าเกินไปจากนี้ จะต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ ซึ่งถือการเป็นการปรับปรุงการทำงานสอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ... ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และออกมาบังคับใช้กับกระบวนการอนุญาตของหน่วยงานราชการทั้งหมดเร็วๆ นี้

“หลังจากได้ปรับปรุงกระบวนการอนุญาตไปแล้วเสียงสะท้อนจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติก็ดีขึ้น โดยเราตั้งเวลาการออกใบอนุญาตไว้ที่ 30 วัน และต่อไปให้ถือเป็นมาตรฐานว่าไม่ว่าใครหรือรัฐบาลไหนมาก็ต้องใช้มาตรฐานนี้ โดยเราจะทำคู่มือขั้นตอนการขออนุญาตที่ชัดเจนแจกให้นักลงทุน ในขณะที่การออกใบอนุญาต ร.ง.4 นี้ จะเป็นโครงการแรกที่รับกับ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ที่จะออกมา ซึ่งท่านรัฐมนตรี (จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช) ให้เป็นนโยบายเลยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมต้องเป็นกระทรวงแรกการทำงานรับกับกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งตอนนี้เราได้ทำไปแล้ว” พสุ กล่าว

เปิดข้อมูลอนุญาตใบ ร.ง.4 รายเดือน

นอกจากการลดขั้นตอนการออกใบอนุญาต ร.ง.4 แล้ว พสุ กล่าวว่า ในปี 2558 กรอ.จะทำงานร่วมกับเอกชนให้ใกล้ชิดมากขึ้นเพื่อให้เห็นความต้องการของเอกชนว่าอยากให้ภาครัฐสนับสนุนส่วนใด โดยเฉพาะการทำงานต่อเนื่องภายใต้คณะทำงานปรับปรุงการออกใบอนุญาตของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีตัวแทนจากทั้งฝ่ายกระทรวง และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่ดูแลงานวิเคราะห์ ปรับปรุงและจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการออกใบอนุญาตต่างๆ ของกระทรวง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในขณะที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลก็จะเป็นเรื่องสำคัญทำให้การทำงานใกล้ชิดมากขึ้น โดย กรอ.ได้เริ่มแบ่งปันข้อมูลการออกใบอนุญาต ร.ง.4 ของแต่ละเดือนให้แก่ ส.อ.ท. โดยแยกให้ทั้งรายอุตสาหกรรมและรายจังหวัด เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลใช้ประกอบการวิเคราะห์แนวโน้มการลงทุนได้

“ที่ผ่านมาตัวเลข ร.ง.4 ไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก ทั้งๆ ที่เป็นตัวเลขโรงงานที่จะมีการลงทุนจริงๆ และทำให้เห็นบรรยากาศการลงทุนว่าตอนนี้มีการลงทุนอะไรมากเป็นโลหะ ชิ้นส่วนยานยนต์ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ให้สามารถมอนิเตอร์เป็นรายเดือน รายไตรมาส หากเกิดความผิดปกติก็สามารถแก้ปัญหาได้ตรงและนี่เป็นการเปิดข้อมูลการทำงานของกระทรวง ด้วย”

คุมเข้มกำจัดขยะอุตสาหกรรม

อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อภาครัฐสามารถตอบโจทย์ความต้องการของเอกชนได้แล้ว ในปีนี้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมก็จะขอความร่วมมือให้เอกชน โดยเฉพาะ ส.อ.ท.แต่ละจังหวัดให้ช่วยดูแลอุตสาหกรรมในพื้นที่ไม่ให้ทิ้งขยะอุตสาหกรรมสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

“อีกนโยบายหนึ่งที่เราจะเข้มงวดคือดูแลไม่ให้โรงงานอุตสาหกรรมสร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยจะตรวจเข้มโรงงานเป้าหมายที่กำเนิดกากอุตสาหกรรมประมาณ 1 หมื่นแห่ง เช่น กลุ่มโลหะ อาหาร เราจะทำในเชิงป้องกันมากขึ้น”

ทั้งนี้ กรอ.ตั้งเป้าหมายที่จะดึงขยะอุตสาหกรรมอันตรายให้เข้าสู่ระบบ 1.2-1.5 ล้านตัน จากปี 2557 ที่อยู่ในระบบ 9 แสนตัน จากที่มีการศึกษาแล้วคาดว่าปัจจุบันมีการสร้างกากอันตรายอยู่ราว 3 ล้านตัน โดยจะกระจายอำนาจให้อุตสาหกรรมจังหวัดในการเข้าไปตรวจทั้งการสร้างกาก การกำจัดของโรงงานในแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายอยู่ใน 14 จังหวัดที่เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมโดยเฉพาะภาคตะวันออก ตะวันตก ภาคกลาง

สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะถูกตรวจสอบเข้ม 20 ประเภท เช่น เคมี โลหะ อาหาร ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัดจะต้องดึงโรงงานเหล่านี้ให้เข้าระบบเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมายอมรับว่ามีการลักลอบนำขยะอันตรายไปทิ้งที่รกร้างหรือบ่อขยะชุมชน ซึ่ง กรอ.จะต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นหน่วยงานท้องถิ่นในการเข้มงวดไม่ให้มีการนำขยะอุตสาหกรรมไปทิ้งในบ่อขยะชุมชน

พสุ บอกว่า กรอ.ยังจะผลักดันการตั้งนิคมอุตสาหกรรมกำจัดขยะอุตสาหกรรมอย่างครบวงจรให้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ โดยล่าสุดจะมีการลงนามกับกระทรวงกลาโหมเพื่อเข้าไปใช้พื้นที่ทหารเพื่อตั้งนิคมฯ ซึ่งจะทำให้การจัดหาที่ดินในการจัดตั้งนิคมฯ เป็นไปได้โดยง่าย เพราะต้องยอมรับว่าการจัดตั้งนิคมกำจัดขยะอุตสาหกรรม ประเด็นเรื่องการหาที่ตั้งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้โครงการเกิดขึ้นได้ และเมื่อได้ที่ดินแล้วอาจจะพิจารณาให้เอกชนมาร่วมทุนหรือพัฒนานิคมฯ ก็ได้

มูลค่าลงทุนปีนี้ไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในปีนี้ พสุ คาดว่า จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นหลังจากเหตุการณ์ทางการเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ รวมถึงกระบวนการอนุญาตต่างๆ มีมาตรฐานชัดเจนมากขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่อยู่ในขาลง จะทำให้เห็นการลงทุนสูงขึ้น โดย กรอ.ประเมินว่ายอดการขอใบอนุญาต ร.ง.4 ในปีนี้จะใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีการอนุญาต 5,900 ฉบับ มูลค่าการลงทุนรวม 5.4-5.5 แสนล้านบาท

สำหรับอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คือ อาหาร เครื่องดื่ม อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรที่รัฐบาลกำลังผลักดัน การลงทุนชิ้นส่วนยานยนต์ที่จะขยายตัวตามการลงทุนโครงการอีโคคาร์ 2 และการลงทุนในกิจการอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล่าสุดมีบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยืนยันว่าจะย้ายฐานจากจีนมาไทย โดยปัจจัยที่ผู้ผลิตรายนี้มาลงทุนไทย คือ การที่ไทยมีแรงงานที่มีศักยภาพ

“เรื่องนี้ รมว.อุตสาหกรรมก็มีแผนที่จะผลักดันการวางยุทธศาสตร์ดึงผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น จากปัจจุบันที่ไม่มีการผลิตในไทยเลย โดยจะมีการเดินทางเพื่อศึกษาดูงานในเดือน ม.ค.นี้ และพบกับผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น ซึ่งเคยวางแผนการดึงการผลิตสมาร์ทโฟนไปลงทุนในจีนจนประสบความสำเร็จมาแล้วด้วย อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการดึงผู้เชี่ยวชาญรายนี้มาเป็นที่ปรึกษาให้ไทยด้วย ซึ่ง กรอ.จะเข้ามามีส่วนในการผลักดันเรื่องนี้ด้วย” พสุ ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ