
APขายหุ้นกู้2,000ล้านทริสมองดีแจกA-
ทริสเรทติ้ง แจกเครดิตหุ้นกู้ AP วงเงิน 2,000 ล้าน ที่ A- นำเงินคืนหนี้-ขยายกิจการ รายได้โตดี
ทริสเรทติ้ง แจกเครดิตหุ้นกู้ AP วงเงิน 2,000 ล้าน ที่ A- นำเงินคืนหนี้-ขยายกิจการ รายได้โตดี
บริษัท ทริสเรทติ้ง ประกาศให้อันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP วงเงิน 2,000 ล้านบาท ที่ระดับ “A-” โดยแนวโน้มยังคง “คงที่” บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหุ้นกู้เดิมของบริษัทที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือน ม.ค. 2558 และเพื่อขยายกิจการ
ทั้งนี้ อันดับเครดิตสะท้อนถึงผลงานเป็นที่ยอมรับในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย รวมถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง การมีสินค้าที่หลากหลาย และรายได้ในอนาคตที่รองรับด้วยมูลค่าโครงการที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (Backlog) จำนวนมากแต่จะถูกลดทอนจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นวงจรขึ้นลง ตลอดจนแรงกดดันจากต้นทุนค่าก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น
ขณะที่แนวโน้ม “คงที่” สะท้อนถึงความหวังว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันที่เข้มแข็งและจะสามารถปรับปรุงสินค้าให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วได้
นอกจากนี้ แนวโน้มอันดับเครดิตยังสะท้อนว่า บริษัทจะยังคงดำรงนโยบายทางการเงินที่ระมัดระวังต่อไปและจะสามารถรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ในระดับประมาณ 50-55% ในระยะปานกลางไว้ได้ ขณะที่รายได้รวมเติบโตต่อเนื่องและมีรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 4 ในกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วง 5 ปีที่ผ่านมารายได้เติบโตเฉลี่ยอยู่ 15% ต่อปี รวมถึงยอดขายเฉลี่ยที่ 1.7 หมื่นล้านบาท/ปี และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 บริษัทสามารถสร้างยอดขาย 0.02 หมื่นล้านบาท และบริษัทมียอดขายอีก 7,257 ล้านบาท จากโครงการคอนโดมิเนียม 4 โครงการ ซึ่งบริษัทลงทุนในกิจการร่วมค้ากับ MEC Thailand Investment Pte. Ltd. (MTI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Mitsubishi Estate Co., Ltd. (MEC) จากประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทลงทุนในสัดส่วน 51% และ MTI ลงทุน 49%
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงาน คาดว่า AP จะมีรายได้เติบโต 5-10% ต่อปี ในช่วง 3 ปีข้างหน้า หรือมีรายได้ต่อปี 1.9-2.2 หมื่นล้านบาท โดยมีโครงการคอนโดมิเนียมที่ยังไม่ได้ส่งมอบจำนวนมาก ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 มูลค่า 1.38 หมื่นล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ 2,500 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2557 จำนวน 7,500 ล้านบาท ในปี 2558 และ 3,500 ล้านบาท ในปี 2559
นอกจากนั้น ปี 2557-2559 คาดว่าอัตราส่วนกำไรน่าจะอยู่ที่ประมาณ 11-13% โดยปัจจัยที่ยังคงกดดันอัตราส่วนกำไรประกอบด้วยต้นทุนค่าก่อสร้างและที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการที่สูงขึ้นด้วย แต่ AP ตั้งเป้าหมายที่จะรักษาอัตราส่วนภาระหนี้ (หักด้วยเงินสดในมือ) ต่อทุนให้อยู่ที่ 1 เท่า โดย ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 อยู่ที่ 0.9 เท่า ภายใต้สมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนภาระหนี้ต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจะอยู่ที่ 50-55% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า หรืออัตราส่วนภาระหนี้ (หักด้วยเงินสดในมือ) ต่อทุน
อยู่ที่ 1-1.2 เท่า







