posttoday
สมาคมเดินหน้าสั่งบลจ. ส่งพอร์ตรายไตรมาส

สมาคมเดินหน้าสั่งบลจ. ส่งพอร์ตรายไตรมาส

08 มกราคม 2558

ได้ยินแนวคิดเรื่องการจัดประเภทกองทุนใหม่มาตั้งแต่ปีก่อนว่า เป็นความตั้งใจร่วมกันของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) เพื่อต้องการให้การแบ่งประเภทของกองทุนสามารถสะท้อนความเสี่ยงได้ดีขึ้น

ได้ยินแนวคิดเรื่องการจัดประเภทกองทุนใหม่มาตั้งแต่ปีก่อนว่า เป็นความตั้งใจร่วมกันของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) เพื่อต้องการให้การแบ่งประเภทของกองทุนสามารถสะท้อนความเสี่ยง
ได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังทำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับมาตรฐานสากล เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติที่สนใจลงทุนกองทุนในประเทศไทยได้นำไปเปรียบกับกองทุนของประเทศอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น

แนวคิดนี้ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2557 วรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีมติเห็นชอบการแก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลงทุนของกองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  และหนึ่งในหลักเกณฑ์ที่ได้รับการแก้ไข คือ

กำหนดให้หลักเกณฑ์การจัดประเภทกองทุนสะท้อนความเสี่ยงการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น โดยพิจารณาจากฐานะการลงทุนสุทธิในทรัพย์สินต่างๆ แทนการกำหนดตามมูลค่าการลงทุน

จึงเป็นที่มาของประเภทกองทุนทั้งสิ้น 31+1 ประเภท จาก 8 กลุ่มหลัก ได้แก่ กองทุนหุ้นใน-นอกประเทศ กองทุนตราสารหนี้ใน-นอกประเทศ กองทุนผสมใน-นอกประเทศ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/Infra/REIT และกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ รวมกัน 31 ประเภท

แต่ถ้าเป็นกองทุนที่ไม่สามารถจัดให้อยู่ใน 31 กลุ่มนี้ได้จะถูกจัดให้เป็น Miscellaneous หรือกองทุนรวมที่ไม่สามารถจัดกลุ่มได้

การจัดประเภทกองทุนแบบใหม่นี้น่าจะช่วยให้นักลงทุนเปรียบเทียบความเสี่ยงและผลดำเนินงานของกองทุนในประเภทเดียวกันได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ตัวอย่าง กองทุนหุ้น ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะมีนโยบายลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งผลที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ ความแตกต่างกันของผลตอบแทน โดยไม่รู้ว่า “ไส้ใน” เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

เช่นเดียวกับกองทุนตราสารหนี้ ซึ่งมักจะได้ยินคำเตือนอยู่บ่อยๆ ว่า เวลาดูกองทุนตราสารหนี้อย่าดูแค่ผลตอบแทน แต่ต้องล้วงลงไปถึง “ไส้ใน” หรือ ตราสารหนี้ที่กองทุนเข้าไปลงทุนด้วยว่า เป็นตราสารหนี้ประเภทไหน มีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด และมีอายุเฉลี่ยเท่าไร เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนของกองทุน
ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดประเภทกองทุนเป็นไปตามรูปแบบใหม่ สมาคมบริษัทจัดการลงทุนจึงออกประกาศให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นำส่งข้อมูลพอร์ตลงทุนแต่ละกองทุนให้กับสมาคม มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 โดยจะต้องนำส่งเป็นรายไตรมาส ภายใน 10 วันทำการ นับจากวันสิ้นไตรมาส และถ้ามีการย้ายประเภทจะต้องแจ้งภายใน 20 วัน

สำหรับข้อมูลเมื่อสิ้นปี 2557 ให้ส่งข้อมูลภายในวันที่ 16 มี.ค.นี้ เพราะฉะนั้นคงต้องอดใจรอกันอีกนิด แล้วจะรู้ว่ากองทุนที่เราลงทุนได้ลงทุนในสิ่งที่เราคิดหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท