posttoday
วิกฤตวอดก้าปี 2558

วิกฤตวอดก้าปี 2558

08 มกราคม 2558

ในบทความที่ผ่านมา ผมได้เขียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี และผลกระทบต่อประเทศที่มีรายได้หลักผันแปรตามราคาน้ำมันโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือประเทศรัสเซีย ที่เศรษฐกิจของประเทศพึ่งพิงรายได้จากน้ำมันคิดเป็น 2 ใน 3 ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมด

ในบทความที่ผ่านมา ผมได้เขียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี และผลกระทบต่อประเทศที่มีรายได้หลักผันแปรตามราคาน้ำมันโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือประเทศรัสเซีย ที่เศรษฐกิจของประเทศพึ่งพิงรายได้จากน้ำมันคิดเป็น 2 ใน 3 ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมด

แต่ไม่เพียงเท่านี้ เศรษฐกิจของรัสเซียยังได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรโดยสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งตอบโต้การที่รัสเซียได้รุกรานพื้นที่บางส่วนของประเทศยูเครนด้วย ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นกับตลาดหุ้นรัสเซียและค่าเงินรูเบิ้ลเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวลดลงกว่า 40% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้นักลงทุนกังวลถึงวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ จากประเทศรัสเซียซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก และอาจจะลุกลามไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ทั้งนี้ ถ้าหากเรามองเข้าไปที่ปัญหาของรัสเซียซึ่งกำลังเผชิญกับศึกทั้งสองด้าน

ด้านแรกคือ การที่รัสเซียถูกคว่ำบาตร ซึ่งทำให้หนี้ของภาคธนาคารและภาคธุรกิจของรัสเซีย (คิดเป็นสัดส่วน 66% และ 28% ตามลำดับ ขณะที่รัฐบาลมีหนี้สินไม่มาก) ที่ยืมเงินจากธนาคารในสหรัฐอเมริกาและยุโรป (ประมาณ 7.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ไม่สามารถต่ออายุ หรือทำการ Roll Over ได้ และต้องหาแหล่งเงินกู้ใหม่

นอกจากนี้ ค่าเงินรูเบิ้ลที่อ่อนค่าลงอย่างมากก็ทำให้ลูกหนี้ชาวรัสเซียที่มีหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศยิ่งมีภาระการชำระหนี้ที่สูงมากขึ้น

ด้านที่สอง เศรษฐกิจของประเทศทรุดตัวลงจากราคาน้ำมันที่ดิ่งลงและมีทีท่าว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง ทำให้รัสเซียมีความเสี่ยงสูงที่จะผิดนัดชำระหนี้ ทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อสภาพคล่องของประเทศ ซึ่งการที่รัสเซียจะกู้เงินหรือขอความช่วยหลือจากภายนอกคงเป็นไปได้ยาก เพราะรัสเซียเป็นประเทศขนาดใหญ่ และหากจะกู้ยืมเงินกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) ก็จะถูกกีดกันจากอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและยุโรป จึงเป็นเรื่องปกติที่นักลงทุนต่างกังวลว่าครั้งนี้อาจเป็นวิกฤตการเงินโลกครั้งใหม่ แต่แท้ที่จริงแล้วสถานการณ์อาจไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น

สิ่งที่ทางการรัสเซียพยายามทำตอนนี้คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่าทางการสามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งล่าสุดก็ได้ออกมาประกาศให้นักลงทุนมั่นใจว่าการอ่อนค่าของเงินรูเบิ้ลได้สิ้นสุดแล้ว และค่าเงินจะกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง

นอกจากนี้ ทางการก็ต้องจัดเตรียมสภาพคล่องเงินตราต่างประเทศให้เพียงพอเพื่อป้องกันการผิดนัดชำระหนี้นั้น ปัจจุบันทุนสำรองของรัสเซียที่มีอยู่ในระดับสูงกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะยังคงสามารถต้านทานภาวะวิกฤตต่อไปได้อีกประมาณ 2 ปี

แต่อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียก็ควรลดการเข้าแทรกแซงค่าเงินและปล่อยให้ปรับสู่ดุลยภาพให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งควบคุมเงินทุนไหลออกของเหล่านักเก็งกำไร ซึ่งอาจทำให้ค่าเงินกลับมาขาดเสถียรภาพต่อไปอีก ด้านหนี้ต่างประเทศส่วนใหญ่ของรัสเซียก็เป็นหนี้ระยะยาว มีเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นหนี้ระยะสั้น (ตามตาราง) ซึ่งทำให้รัสเซียยังสามารถซื้อเวลาเพื่อหาทางออกต่อความขัดแย้งกับสหประชาชาติและรอคอยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นตามความต้องการน้ำมันในตลาดต่อไปได้

และท้ายที่สุดหากกรณีเลวร้ายจนรัสเซียไม่สามารถต้านทานต่อภาวะวิกฤตได้ กลุ่มสังคมนิยมซึ่งมีประเทศเข้มแข็งที่สุดก็คือจีน ที่มีความพร้อมมากที่สุด ก็พร้อมจะเข้าช่วยเหลือจากวงนอกเพื่อรักษาดุลยภาพกับสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการเคลื่อนไหวของจีนจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าจับตามองมากที่สุด ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้ผมมองว่าปัญหาวิกฤตวอดก้าไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดโลกในปีนี้ครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ