posttoday
ค้าปลีกไอทีปรับทัพ ขายออนไลน์ดันยอด

ค้าปลีกไอทีปรับทัพ ขายออนไลน์ดันยอด

08 มกราคม 2558

สภาพเศรษฐกิจในปี 2557 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าลุ้นระทึก เพราะช่วงกลางปีค่อนข้างซบเซามากจากสภาพเศรษฐกิจต่างๆ และกลับมาดีขึ้นหลังมีความเชื่อมั่นในการซื้อขายกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกไอทีทั้งสามรายต่างก็ต้องปรับแผนสำหรับอนาคตมากขึ้น

สภาพเศรษฐกิจในปี 2557 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าลุ้นระทึก เพราะช่วงกลางปีค่อนข้างซบเซามากจากสภาพเศรษฐกิจต่างๆ และกลับมาดีขึ้นหลังมีความเชื่อมั่นในการซื้อขายกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกไอทีทั้งสามรายต่างก็ต้องปรับแผนสำหรับอนาคตมากขึ้น

พรเทพ วัชรอำนวย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานผลิตภัณฑ์และการบริการ บริษัท แอดไวซ์ โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป กล่าวว่า แนวโน้มการซื้อขายสินค้าไอทีประเภทคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก คอมโพแนนซ์ต่างๆ ของปี 2558 น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ยอมรับว่ายังไม่มีเทคโนโลยีหรือสินค้าที่ปลุกกระแสความต้องการได้อย่างแท้จริง

ด้านกำลังซื้อของปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มจังหวัดชั้นในระดับอำเภอ-ตำบล ที่มาซื้อสินค้าจากหน้าร้านมากขึ้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์จะมีความโดดเด่นในการตอบโจทย์ลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทาง และคาดว่าจากนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีจะกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

“แอดไวซ์ฯ มองว่าครึ่งปีแรกของปี 2558 จะเป็นกำลังซื้อจากโปรเจกต์ของภาครัฐที่ต้องการกระตุ้นให้คนในพื้นที่ห่างไกลใช้งานอุปกรณ์ไอทีมากขึ้น ส่วนครึ่งปีหลังจะเป็นกำลังซื้อจากภาคเอกชนที่ถึงระยะเปลี่ยนเครื่องพอดี หลังจากที่ซื้อสินค้าไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน” พรเทพ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การซื้อขายสินค้าไอทีอย่างพีซีและโน้ตบุ๊กนั้น ต้องอาศัยเวลา เพราะสินค้ากลุ่มนี้ผ่านจุดสูงและต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งปี 2558 นี้จะเป็นช่วงทรงตัว และต้องติดตามว่าบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ อะไรเข้ามาปลุกตลาดได้อีกครั้ง

ในส่วนของบริษัทนั้น ขณะนี้มีสาขาให้บริการรวม 250 สาขาทั่วประเทศ และยังมองว่าช่องทางออนไลน์จะเข้ามาช่วยเสริมทัพเพิ่มเติม เพราะเป็นอีกช่องทางที่เข้าถึงลูกค้าที่ไม่ต้องการเดินทางมาเลือกซื้อหน้าร้าน แต่ตัดสินใจผ่านการหาข้อมูลเอง จึงต้องปรับตัวและเพิ่มระบบออนไลน์และโลจิสติกส์เพิ่มเติม ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ธุรกิจค้าปลีกไอทีทุกรายไม่ควรมองข้าม

สมยศ เชาวลิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ไอ.บี คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า ในปี 2558 นี้ บริษัทเตรียมปล่อยแฟรนไชส์ร้านค้าปลีกเจ.ไอ.บี ในตลาดภูมิภาคให้มากขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งเชื่อว่าจากจุดเด่นเรื่องของความครบวงจรทั้งค้าปลีกและส่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้ามากขึ้น และยังเป็นการเสริมจุดรับสินค้าให้แก่ลูกค้าที่สั่งซื้อของออนไลน์และต้องการตรวจเช็กสภาพสินค้าก่อนจ่ายเงิน

“แฟรนไชส์ที่บริษัทจะออกไปทำตลาดนั้นมีทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคเหนือ ซึ่งมั่นใจว่าระบบการขนส่งมีประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าไปทุกพื้นที่ของประเทศได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็ว จะเป็นการขยายฐานลูกค้าให้เติบโตได้ คาดว่าปี 2558 จะเป็นปีแรกที่มีรายได้จากตลาดต่างจังหวัดชัดเจน ซึ่งจะเพิ่มอีกอย่างน้อย 10 สาขา จากปัจจุบันมีทั้งหมด 130 สาขา” สมยศ กล่าว

ขณะเดียวกัน ยังพัฒนาเว็บไซต์ www.jib.co.th สำหรับนักช็อปออนไลน์ท่ี่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะมองเห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดออนไลน์ ซึ่งสินค้าในเว็บมีให้เลือกกว่า 6,000 รายการ และสามารถจัดส่งภายใน 1 วัน ทั้งยังเพิ่มโปรโมชั่นที่แตกต่างจากการซื้อที่หน้าร้าน คาดว่าจะทำรายได้ถึง 100 ล้านบาท/เดือน

สุระ คณิตทวีกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอมเซเว่น กล่าวว่า ภาพรวมตลาดไอทีของปี 2558 นั้น มีทิศทางที่ดีขึ้น คาดว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ประมาณ 10% ซึ่งในปีนี้บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 500 ล้านบาท สำหรับขยายและปรับปรุงสาขา 350 ล้านบาท งบการตลาดอีก 150 ล้านบาท โดยจะเน้นทำกิจกรรม ณ จุดขายหน้าร้านเพื่อดึงคนเข้ามาในร้านมากกว่าจัดงานอีเวนต์ใหญ่

นอกจากนี้ ยังขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดเล็กและเอสเอ็มอีให้มากขึ้น เพราะในปีที่ผ่านมาลูกค้าเอสเอ็มอีช่วยสร้างรายได้ให้ 10-40% ขณะที่ตลาดอื่นซบเซา รวมทั้งเสริมช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.mangoshopping.com ตั้งเป้าไว้ 30 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกไอทีต่างคาดหวังว่าตลาดปี 2558 จะสดใสมากขึ้น โดยมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มช่องทางออนไลน์ และการประกาศนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์