posttoday
2 เดือนคลอดแผนฟื้นศก. รอ 5-10 ปีเห็นผล

2 เดือนคลอดแผนฟื้นศก. รอ 5-10 ปีเห็นผล

14 มิถุนายน 2553

ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กำหนดเรียกประชุมคณะกรรมการและสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และ ส.อ.ท. เตรียมนำเสนอต่อรัฐบาล โดยจะมอบหมายให้ ส.อ.ท.จังหวัดเป็นแกนนำในการปฏิบัติงานแต่ละท้องที่

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า แนวทางปฏิบัติเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่ กกร.เตรียมเสนอรัฐบาลทั้งหมด 4 ข้อ ประกอบด้วย ตามที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เตรียมนำเสนอต่อรัฐบาลใน 4 ข้อหลัก ได้แก่ ยุติความแตกแยก ลดความเหลือมล้ำการกระจายรายได้ สนับสนุนให้คนไทยใช้ผลผลิตของไทยและท่องเที่ยวในประเทศไทย ป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชั่นทุกระดับอย่างจริงจัง มีประกอบด้วย

1.ยุติความแตกแยก รัฐบาลจำเป็นต้องจัดตั้งองค์กรกลางที่ประกอบด้วยภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ และภาคการเมือง เพื่อเป็นเวทีให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมรับฟังปัญหา และนำไปสู่การแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

บทบาทของสื่อมวลชน ต้องยึดหลักคุณธรรมเป็นที่ตั้ง นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ทำหน้าที่แสดงความคิดเห็น มีส่วนช่วยรณรงค์ให้เกิดความปรองดองในสังคม โดยส่งเสริมให้แก้ไขปัญหาทางการเมืองผ่านระบบรัฐสภา กรณีที่ต้องการเรียกร้องก็จะต้องทำภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย

การบังคับใช้กฎหมาย ประชาชนทุกระดับต้องได้รับการปฏิบัติโดยเท่าเทียมกัน การบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่จะต้องได้รับโทษ เป็นต้น

2.ลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ แบ่งออกเป็นภาคการเกษตร ต้องส่งเสริมให้เกษตรกรร่วมมือกันภายในชุมชน สามารถใช้เครื่องมือทางการเกษตรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อปรับโครงสร้างการผลิต ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้นผ่านการปรับปรุงพันธุ์พืชที่ดีจำหน่ายแจกจ่ายแก่เกษตรกร ปรับปรุงระบบชลประทานและแหล่งน้ำให้มีมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมความรู้การจัดการและบริหารต้นทุน

ปรับโครงสร้างการเกษตร โดยจัดทำทะเบียนเกษตรกรอย่างจริงจัง สำรวจรายได้ที่แน่นอน เพื่อเข้าถึงความช่วยเหลือของรัฐตามความเหมาะสม และแทรกแซงกลไกตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเท่าที่จำเป็น

ภาคการตลาด ส่งเสริมให้จับคู่ทางธุรกิจ และจัดแสดงสินค้าทุกจังหวัด โดยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตจะร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้าไปสนับสนุนชุมชนที่ขาดโอกาสทางการตลาด จับคู่ธุรกิจระหว่างวิสาหกิจชุมชนและครัวเรือนกับภาคเอกชน ส.อ.ท. สภาหอการค้าฯ และสมาคมธนาคารไทย นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้า ช่องทางการจำหน่าย กระจายรายได้ และลดช่องว่างทางสังคม

ภาคการผลิตและเทคโนโลยี ส่งเสริมกระจายการลงทุนด้านการผลิตไปยังส่วนภูมิภาคเพื่อประสิทธิภาพของแรงงาน ภาคอุตสาหกรรม เชื่อมโยงการผลิตภาคอุตสาหกรรมกับท้องถิ่น เน้นพัฒนาระบบซัพพลายเชนเชื่อมโยงให้เอสเอ็มอีกับภาคอุตสาหกรรม

3.สนับสนุนคนไทยใช้ผลผลิตไทยและท่องเที่ยวในประเทศ โดยภาครัฐกำหนดทิศทางความร่วมมือกับภาคเอกชน กระตุ้นการบริโภคในประเทศ สร้างกระแสนิยมไทยผ่านนโยบายการคลังและการเงิน เช่น ลดภาษีให้แก่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้นักท่องเที่ยวในประเทศ เป็นต้น

4.ป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันในทุกระดับ อย่างจริงจัง โปร่งใส ตรวจสอบได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งปลูกฝังค่านิยมของความซื่อสัตย์ ไม่คอร์รัปชันให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ผ่านระบบการศึกษา ส่วนข้าราชการ นักการเมือง ควรได้รับเงินเดือนที่เหมาะสมกับตำแหน่ง หากคอร์รัปชันจะต้องลงโทษสถานหนัก โดยสร้างกระบวนการร่วมประเมินผลทำงานของรัฐบาลเพื่อความโปร่งใส เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสทุจริตของภาครัฐจากประชาชนและเอกชนให้มากขึ้น

นายพยุงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมลดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ ภาคเอกชนสามารถเข้าร่วมดำเนินการได้ ทั้งในเรื่องจับคู่ธุรกิจ และสร้างซับพลายเชนระหว่างเอสเอ็มอีและภาคอุตสาหกรรม โดย

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จะใช้เครือข่ายหอการค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมเรื่องยุติความแตกแยก ให้นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทยดูแล

ด้านความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้จะมีนายคมสันต์ โอภาสสถาวร รองประธานกรรมการหอการค้าไทยที่ดูแลเรื่องสมาคมการค้าต่างๆ เข้ามาดูแล จะวางแผนงานลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ดูแลแรงงาน เกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนมาตรการใช้ของไทยมีนายฉัตรชัย บุญรัตน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทยที่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ เข้ามาวางแผนระยะยาว ส่งเสริมการใช้ของไทย เชื่อมโยงภูมิภาคกับส่วนกลาง

การปราบปรามคอร์รัปชันได้ให้นายนันดอร์ จี. วอนเดอร์ลู ประธานหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทยดูแล โดยนำประสบการณ์ บทเรียนจากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาปรับใช้ เพื่อให้คอร์รัปชันหมดไปจากไทย โดยวันที่ 25มิ.ย. จะประชุมหอการค้าทั่วประเทศเพื่อประสานข้อมูล ส่วนการประเมินผลจะติดตามทุกเดือน คาดว่าแผนจะเป็นรูปร่างใน 12 เดือน แต่จะเห็นผลจริงจังได้น่าจะใช้เวลานานกว่า 510 ปี

นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการลดความเหลื่อมล้ำด้านการกระจายรายได้ กล่าวว่า แนวทางลดขณะนี้กำลังจัดทำแผนปฏิบัติลดความเหลื่อมล้ำด้านการกระจายรายได้ คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือนแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างลงพื้นที่เก็บข้อมูล เมื่อแผนงานเสร็จจะรายงานให้ที่ประชุม กกร. รับทราบ และรายงานในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพราะบางมาตรการรัฐต้องเข้ามาดูแล

แผนปฏิบัติงานเบื้องต้นที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ จะเน้นภาคสินค้าเกษตรเป็นหลัก ให้เกษตรกรร่วมมือระหว่างกันภายในชุมชนมากขึ้น สร้างอำนาจต่อรองให้กับชุมชน ลดต้นทุน และนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนา

พร้อมกันนี้ จำเป็นต้องจัดโครงสร้างเกษตรกรใหม่ ด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรใหม่ เพราะบางพื้นที่ปลูกข้าวได้ บางพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองได้ หากจัดระเบียบจะทำให้ทราบได้ว่าจะส่งเสริมหรือพัฒนาส่วนไหน ในส่วนกลไกของรัฐบาล ยังจำเป็นต้องใช้การแทรกแซงเข้ามาช่วย เพื่อเพิ่มราคาพืชผล

ความแตกแยกวางไว้ 3 แนวทาง คือ 1.ตั้งองค์กรกลาง มีประชาชน เอกชน และการเมืองร่วม 2.ดูแลการสื่อสารให้ใช้ข้อเท็จจริง ไม่มีการปรุงแต่งข้อมูล และ 3.ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดภายใต้มาตรฐานเดียว คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือน จัดทำรายละเอียดได้ครบ และจะลงพื้นที่ชี้แจงสมาชิกแต่ละจังหวัด

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี