
บวท.ของบ4,000ล้าน
โพสต์ทูเดย์
— วิทยุการบินอ้อนของบพัฒนาระบบเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว รับประกันคุ้มค่าการลงทุนพล.อ.อ.สมชาย เธียรอนันต์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เมื่อเร็วๆ นี้ ทาง บวท.ได้ยื่นของบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาระบบการจราจรทางอากาศ และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่งทางอากาศ เบื้องต้นการพัฒนาระบบจะสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เพราะการจราจรทางอากาศปัจจุบันเริ่มหนาแน่นมากขึ้น แม้ว่า บวท.จะรักษาสภาพและควบคุมระบบความปลอดภัย แต่ก็ทำได้ระดับหนึ่งเท่านั้น หากรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณส่วนนี้จะช่วยให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้ให้ไปจัดทำรายละเอียดและเสนอข้อสรุปเสนอกลับไปภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้
สำหรับปี 2553 คาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัท วิทยุการบินฯ จะไม่ติดลบ แม้ว่าในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. 2553 จะเกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ทำให้จำนวนเที่ยวบินหายไปถึง 508 เที่ยวบิน เป็นเงินกว่า 5 ล้านบาท แต่ บวท.ได้ลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์ของบริษัทจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ ทางบวท.ได้ของบประมาณปี 2552 แต่ปรากฏว่ายังไม่ได้จึงต้องเร่งจัดทำรายละเอียดเพื่อของบดังกล่าวภายในปี 2554 นี้ เบื้องต้นการพัฒนาระบบจะสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เพราะการจราจรทางอากาศปัจจุบันเริ่มหนาแน่นมากขึ้น แม้ว่าบวท.จะรักษาสภาพและควบคุมระบบความปลอดภัย แต่ก็ทำได้เพียงแค่ศักยภาพเท่าที่มีกำลังเท่านั้น หากรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณส่วนนี้จะช่วยให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น อีกทั้ง เมื่อนำตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้ที่เข้ามาไทยพบว่า การลงทุนระบบดังกล่าวจะใช้ได้ นานถึง 15 ปี เฉลี่ยปีละ 300 ล้านบาท และนำมาเปรียบเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวพบว่า จะมีค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อปีเพียง 6.7 บาท เท่านั้น ถือว่าคุ้มค่าการลงทุน
“ปัจจุบันวิทยุการบินดูแลระบบพัฒนาการจราจรทางอากาศเพื่อใช้กับสนามบิน 36 แห่งทั่วประเทศทั้งของบริษัท ท่าอากาศยานไทย กรมการบินพลเรือน และสนามบินของทหารฯ โดยระบบการเพิ่มศักยภาพการจัดการจราจรทางอากาศดังกล่าวจะทำให้สามารถติดตามเครื่องบินที่เข้ามาน่านฟ้าไทยได้ทั้งหมด นอกจากทำให้ความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยด้านการป้องกันและความมั่นคงของชาติด้วย” พล.อ.อ.สมชาย กล่าว
พล.อ.อ.สมชาย กล่าวว่า ในส่วนการประสานงานและติดตั้งระบบการพัฒนาการใช้โครงข่ายคมนาคม น้ำ บก อากาศฯลฯ ของกระทรวงคมนาคมนั้น มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าภายใน เดือนก.ค.ส.ค.53 จะเปิดให้ทดสอบระบบการส่งสัญญาณระหว่างรถไฟและสถานีรถไฟ และสัญญาณการเปิดปิดเครื่องกั้น ของการรรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ได้ที่สถานีหัวหิน ซึ่งใช้เป็นสถานีแห่งแรกที่มีการทดสอบได้ ทั้งนี้ หากสามารถติดตั้งระบบได้ทั้งหมด จะช่วยให้ลดค่าขนส่งสินค้าได้เป็นมูลค่ามหาศาล
ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว. คมนาคม กล่าวว่า ในช่วงเดือนก.ค.ส.ค.นี้จะคิกออฟโครงการทดสอบควบคุมระบบ รถไฟฯ ตามแผนการใช้เงินจำนวน 1.7 แสนล้านบาทของรฟท. เป็นโครงการแรก จากนั้นจะมีโครงการอื่นๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนากิจการรถไฟไทยให้มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการมากขึ้นด้วย







