
ดันไนจีเรียโกอินเตอร์ ปั้นกระเป๋าหนัง ‘ซาชาดู’
ท่ามกลางสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ไม่พร้อมและค่อนข้างขาดแคลน บวกกับการมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะฐานของกลุ่มก่อการร้ายโบโก ฮาราม ประเทศไนจีเรียจึงอาจเป็นหนึ่งในสถานที่หลายแห่งบนโลกใบนี้ที่ไม่เอื้อต่อการก่อร่างสร้างธุรกิจ
ท่ามกลางสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ไม่พร้อมและค่อนข้างขาดแคลน บวกกับการมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะฐานของกลุ่มก่อการร้ายโบโก ฮาราม ประเทศไนจีเรียจึงอาจเป็นหนึ่งในสถานที่หลายแห่งบนโลกใบนี้ที่ไม่เอื้อต่อการก่อร่างสร้างธุรกิจ
กระนั้น ไซแนบ อาชาดู นักออกแบบสาววัย 32 ปี ชาวไนจีเรียกลับเห็นว่า หากมองให้ลึกลงไปถึงรากเหง้า ดินแดนแห่งนี้มีทั้งทรัพยากรและศักยภาพอัดแน่นเพียงพอที่จะผลิตสินค้าคุณภาพดีออกขายแข่งขันกับสินค้าจากนานาชาติ ทั้งตลาดภายในและตลาดภายนอกประเทศได้อย่างสบาย
ความเชื่อมั่นซึ่งเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ศึกษาอย่างจริงจัง ผลักดันให้อาชาดูตัดสินใจก่อตั้ง “ซาชาดู” กระเป๋าหนังภายใต้การออกแบบและผลิตด้วยตนเองขึ้นในกรุงลากอส ไนจีเรีย เมื่อปี 2010 โดยจากจุดเริ่มต้นเพียงปีละไม่กี่สิบใบ ทุกวันนี้ช่างฝีมือของอาชาดูผลิตกระเป๋าแฮนด์เมดเฉลี่ยปีละ 200-300 ใบ แถมมีคำสั่งซื้อทยอยเข้ามาเรื่อยๆ
อาชาดูยอมรับว่ามองผิวเผินไนจีเรียไม่ใช่สถานที่ที่น่าพิสมัย ทว่าสำหรับในหมู่ดีไซเนอร์และช่างทำเครื่องหนังแบรนด์หรูในต่างประเทศ เมืองคาโน เมืองใหญ่ทางตอนเหนือของไนจีเรียกลับเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตหนังสัตว์คุณภาพดีเยี่ยมที่สุดของโลก ราคาไม่แพง ทั้งหนังแกะ หนังแพะ หนังงู หรือแม้แต่หนังละมั่ง ที่บรรดาดีไซเนอร์แบรนด์ดังเปลี่ยนให้เป็นกระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ ขายในราคาเฉลี่ยใบละ 180-980 เหรียญสหรัฐ หรือแพงกว่านั้น (ราว 5,850-31,850 บาท)
ทั้งนี้ เมื่อไนจีเรียเป็นแหล่งของหนังสัตว์คุณภาพดี กอปรกับมีภูมิปัญญาการย้อมหนังและตัดเย็บผืนหนังที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ดีไซเนอร์สาวผู้ร่ำเรียนการออกแบบมาจากกรุงลอนดอนจึงเดินทางกลับบ้านเกิดมาเริ่มต้นทำกระเป๋าหนังซาชาดู
“สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฉันก็คือทำให้ธุรกิจที่ทำอยู่เป็นงานที่ยั่งยืน” อาชาดู กล่าวก่อนอธิบายเพิ่มเติมว่า ความมุ่งมั่นนี้ทำให้เจ้าตัวเรียนรู้การประยุกต์และปรับใช้ ซึ่งหมายถึงการไม่ร้อนรนกระวนกระวายกับ สิ่งที่ไม่มี แต่ให้มองสิ่งที่มีและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เมื่อไม่มีโรงงานย้อมหนังที่ทันสมัยอาชาดูก็หันไปพึ่งพาการย้อมแบบดั้งเดิมของบรรพบุรุษชาวไนจีเรีย ใช้สีจากพืชผักที่หาได้ในท้องถิ่น แถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญกระบวนการย้อมทั้งหมดช่วยประหยัดการใช้พลังงานของกิจการอาชาดู ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศที่มีไฟฟ้าใช้เฉลี่ยวันละประมาณ 12 ชั่วโมง และมีไฟดับเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
“คุณจำเป็นต้องถึกทน ยืดหยุ่น และต้องรวยอารมณ์ขันแบบสุดๆ” อาชาดูสาธยายถึงการดำเนินธุรกิจในไนจีเรีย ซึ่งการเข้าใจและรู้จักปรับใช้วิธีทำธุรกิจหลากหลายแบบคือกุญแจที่จะทำให้กิจการขยายตัวเติบโตไปข้างหน้าได้ โดยสิ่งสำคัญก็คือการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ให้สอดคล้องกับขั้นตอนการทำงานของแรงงานในพื้นที่มากกว่าการพยายามนำกลยุทธ์ในตำรามาใช้ให้สอดคล้องกับเจ้าของกิจการ
ด้วยแนวทางข้างต้น ส่งผลให้กระเป๋าแบรนด์ซาชาดูได้ใจผู้บริโภคระดับบนในไนจีเรีย และเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ของเมดอินแอฟริกาที่สามารถวางขายเทียบชั้นสินค้าแบรนด์หรูต่างประเทศในโรงแรมระดับห้าดาว ขณะเดียวกันการเดินหน้าทำการตลาดผ่านโลกออนไลน์เพื่อลุยตลาดต่างประเทศควบคู่กันไป ส่งผลให้ปี 2013 ที่ผ่านมา ซาชาดูสามารถวางขายในร้านบูติกหรูในกรุงลอนดอน อังกฤษ เมืองไมอามี สหรัฐ กรุงปารีส ฝรั่งเศส กรุงดับลิน ไอร์แลนด์ และเมืองโยฮันเนสเบิร์ก ในแอฟริกาใต้
แน่นอนว่าในหมู่กระเป๋าหนังซึ่งมีสนนราคาเฉลี่ยที่ใบละ 375-500 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.2-1.6 หมื่นบาท) กระเป๋าซาชาดูอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ในหมู่ผู้บริโภคในตลาดอินเตอร์ซึ่งมักมองหากระเป๋าจากแบรนด์หรือดีไซเนอร์ชั้นนำ กระนั้นอาชาดูรู้และมั่นใจว่ากระเป๋าของตนเองจะได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างแน่นอน
เพราะซาชาดูทำจากหนังคุณภาพดี ออกแบบสวยงาม และมีเรื่องราวรากเหง้าดั้งเดิมของแอฟริกาอยู่เบื้องหลังที่กระเป๋าแบรนด์อื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้







