
ปีใหม่...เริ่มกันใหม่
พุธที่แล้วผมบอกว่าไทยเรามีฝันยิบฝันย่อยฝันเยอะจนถ้าประเทศเป็นเรือก็คงจะแล่นไปอย่างไร้ทิศทางเคว้งคว้างอย่างที่เคย
พุธที่แล้วผมบอกว่าไทยเรามีฝันยิบฝันย่อยฝันเยอะจนถ้าประเทศเป็นเรือก็คงจะแล่นไปอย่างไร้ทิศทางเคว้งคว้างอย่างที่เคย
วันนี้ผมจะมาบอกต่อว่าปัญหาหลักอีกประการของไทย ก็คือเราไม่มียุทธศาสตร์ประเทศที่ดี ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่เมื่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอ่านแล้วจะสามารถรู้ได้ทันทีว่าใครต้องทำอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร และสิ่งที่เราต้องทำนั้นจะไปเสริมหรือสอดรับกับสิ่งที่หน่วยงานอื่นๆ ต้องทำอย่างไร
ถ้าเป็นภาคเอกชน เวลาไม่มียุทธศาสตร์ที่ดี ผลที่เกิดขึ้นจะกระทบชัดเจนรุนแรง คนเป็นเจ้าของรู้ได้ทันที ฝ่ายจัดการรู้ได้ทันที และต้องแสดงความรับผิดชอบ แต่พอเป็นภาครัฐ ความเป็นเจ้าของขาดความชัดเจน ฝ่ายจัดการซึ่งหมายถึงคณะรัฐมนตรี กระทรวงทบวงกรมต่างๆ ต่างก็ไม่รู้ว่าอะไรคือความรับผิดชอบของตัวเอง
ลองคิดดูสิครับ 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโตเฉลี่ยแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ ต่ำที่สุดใน AEC ปีล่าสุด 2557 เราก็น่าจะโตไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ต่ำที่สุดอีกแล้ว เราเคยเห็นรัฐมนตรีหรือข้าราชการหรือเทคโนแครตออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าเขาวางยุทธศาสตร์หรือบริหารผิดพลาดบ้างมั้ยครับ? หรือเรื่องการส่งออกที่ปีนี้เราส่งออกลดลงต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว เราเห็นใครแอ่นอกออกมาแสดงความรับผิดชอบมั้ยครับ?
ที่ไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่พวกเขาไม่มีความรับผิดชอบหรอกนะครับ แต่เพราะเราไม่มียุทธศาสตร์ที่ดีพอที่จะทำให้ฝ่ายบริหารรู้ว่าเขาต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง ถ้าประเทศไทยเป็นบริษัทแล้วบริหารกันแบบนี้ เคยคิดกันบ้างมั้ยครับว่าจะมีฝ่ายบริหาร ฝ่ายวางแผนโดนไล่ออกไปกี่คนแล้ว ใครบ้าง?
สิ่งที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายวางแผนของไทยถนัดที่สุด คือ การหาคำอธิบายที่ทำให้ตนเองดูดี ไม่ต้องรับผิด คำอธิบายพวกนี้ก็เช่นเพราะการเมืองแตกแยก เศรษฐกิจโลกไม่ดี เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเราไม่ดี อธิบายเสร็จก็จะวาดฝันให้ คนไทยสบายใจว่าปีหน้าจะดีกว่านี้ พวกเราก็สบายใจกันไป
ที่น่ากังวลที่สุด ก็คือ วันนี้ไทยเรายังไม่รู้ตัวว่าเรากำลังถอยหลังลงคลองเพราะเราขาดยุทธศาสตร์ที่ดี ไม่ใช่เพราะเหตุผลต่างๆ ที่ชอบอ้างกัน เมื่อขาดยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ดี ยุทธศาสตร์ระดับรองลงมา เช่น ระดับกระทรวง ระดับกรม ก็เลยพลอยไม่ดีไปด้วย ไม่ดีไม่พอแต่ซ้ำยังไม่บูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ ทำให้หน่วยราชการไทย ทำงานแบบไม่บูรณาการกัน
เวียดนามประกาศส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว และเขามีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ส่วนไทยเรา 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากเศรษฐกิจเราจะโตน้อยกว่าเขาแล้ว พื้นที่ป่ายังหายไปปีละนับล้านไร่
เวียดนามประกาศส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทคที่โลกต้องการซื้อ วันนี้บริษัทระดับโลกจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐ จีน ต่างเข้าไปลงทุนในเวียดนาม ส่งผลให้การส่งออกของเขาเติบโตมากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2556 ขณะที่ไทยเราบอกเศรษฐกิจโลกไม่ดี เราเลยส่งออกติดลบ ปี 2557 การส่งออกของเวียดนามก็จะเติบโตต่อเนื่องอีก ขณะที่เราส่งออกติดลบต่อเนื่องอีก ทั้งๆ ที่บีโอไอประกาศว่าการส่งเสริมการลงทุนทำได้ตามเป้า
ทำไมเป็นเช่นนี้ อธิบายอย่างไรครับ บูรณาการกันมั้ยครับ?
การสร้างรถไฟทางคู่ก็เหมือนกัน ประเทศที่มียุทธศาสตร์ที่ดีเขาจะรู้ว่าเขาจะพัฒนาพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องให้เป็นอะไร เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นนิคมอุตสาหกรรม เป็นศูนย์การค้า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะต้องพยายามเก็บไว้กับภาครัฐให้ได้มากที่สุด เพื่อไปลดภาระจากการลงทุนก่อสร้างรถไฟ
บางประเทศ เช่น มาเลเซีย เขาฉลาดพอที่จะออกกฎหมายห้ามการเก็งกำไรที่ดินในเขตที่รัฐบาลกำลังจะลงไปพัฒนา เพราะเขารู้ว่าถ้าปล่อยให้มีการเก็งกำไรราคาที่ดินได้ จะทำให้ต้นทุนการพัฒนาพื้นที่ตรงนั้นแพงขึ้นไปอีก โอกาสที่จะสำเร็จก็จะน้อยลง
แทนที่เราจะถกเถียงกันในเรื่องเหล่านี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรากลับมาเถียงกันว่าจะกู้เงินจากในหรือนอกประเทศดี
วันนี้เรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มที่และเต็มไปด้วยทหารที่ควรจะรู้ว่ายุทธศาสตร์ที่ดีคืออะไร แต่ถ้ายังทำอะไรไม่ได้อีก ยังอ้างเศรษฐกิจโลกอยู่อีก ผมว่าอนาคตประเทศไทยนี่ต้องตัวใครตัวมันแล้วล่ะครับ







