
ฟิลลิปเชียร์ซื้อกองหุ้นตปท.
บล.ฟิลลิป แนะนำซื้อกองทุนหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว มั่นใจเศรษฐกิจสหรัฐ-ยุโรป ฟื้นจริง
บล.ฟิลลิป แนะนำซื้อกองทุนหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว มั่นใจเศรษฐกิจสหรัฐ-ยุโรป ฟื้นจริง
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เป็นโอกาสลงทุนในกองทุนต่างประเทศ (FIF) โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และเน้นการลงทุนระยะยาว เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วมีแนวโน้มดีขึ้น
“แม้ว่าราคาหุ้นกลุ่มพลังงานของยุโรปหลายตัวลดลงอย่างมาก แต่ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มอื่นๆ ปรับตัวมากขึ้น ซึ่งหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศผู้ผลิตอย่างเยอรมนี ที่มีแนวโน้มต้นทุนต่ำลงจากราคาน้ำมัน และเราคาดว่าการที่น้ำมันปรับลดลงเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวมของยุโรป ที่ทำให้มีการเติบโตในช่วงนี้” นายสานุพงศ์ กล่าว
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจบางตัวของสหรัฐปรับลดลง เช่น ดัชนีกิจกรรมภาคโรงงานทั่วสหรัฐปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 6 เดือน โดยเป็นระดับที่ต่ำเกินคาด แต่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดว่าจะเป็นการลดลงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐยังอยู่ในภาวะฟื้นตัวชัดเจน
เช่นเดียวกับตลาดหุ้นจีน นายสานุพงศ์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นจีนยังน่าลงทุน แม้ว่าจะมีปัญหาเข้ามาบ้าง แต่จากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีและรัฐบาลคอยสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
“คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เปิดเผยว่า จีนได้เปิดเสรีราคาสินค้าโภคภัณฑ์และบริการต่างๆ 24 รายการ โดยยกเลิกมาตรการควบคุมราคาสินค้าเกษตรทั้งหมด ท่ามกลางมาตรการปฏิรูปอื่นๆ จึงทำให้จีนยังคงเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ และมีอัตราการเติบโตของการลงทุนตรงจากต่างชาติเพิ่มมากขึ้น” นายสานุพงศ์ กล่าว
ขณะที่การลงทุนในกองทุนหุ้นไทย นายสานุพงศ์ แนะนำให้ลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน (DCA) หรือซื้อด้วยจำนวนเงินเท่ากันทุกเดือน เพื่อลดความผันผวนของผลตอบแทน เนื่องจากคาดว่าปีนี้ตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวน
“ในสัปดาห์นี้คาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเคลื่อนไหวระหว่าง 1,480-1,540 จุด ซึ่งผันผวนเล็กน้อยจากการขายกองรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่ครบกำหนดการถือครองออกมา” นายสานุพงศ์ กล่าว
การลงทุนในกองทุนทองคำและกองทุนน้ำมัน นายสานุพงศ์ ยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนออกไปก่อน โดยที่ราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางขาลง มีแนวรับอยู่ที่ 1,170 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ขณะที่คาดว่า ราคาน้ำมันยังคงผันผวนขึ้นลงได้จากแนวโน้มการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกและสหรัฐ รวมถึงแนวโน้มการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรัสเซีย







