
'เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล' ผู้บริหารที่เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ
“เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล” เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) อย่างเป็นทางการเมื่อ 7-8 เดือนที่ผ่านมา ทว่าการปฏิบัติงานของเขาไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ TPCH ถือเป็นสิ่งที่เขาได้ทำตามวิสัยทัศน์และเป้าหมายของ “เจริญ จันทร์พลังศรี” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ คนก่อนที่เสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) มาก่อน
“เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล” เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) อย่างเป็นทางการเมื่อ 7-8 เดือนที่ผ่านมา ทว่าการปฏิบัติงานของเขาไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ TPCH ถือเป็นสิ่งที่เขาได้ทำตามวิสัยทัศน์และเป้าหมายของ “เจริญ จันทร์พลังศรี” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ คนก่อนที่เสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) มาก่อน
ผู้บริหารหนุ่มวัย 37 ปีคนนี้ จบปริญญาตรีด้านธุรกิจคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่ถือว่าช่วยวางรากฐานการเข้าใจเรื่องตรรกกะหรือการมีเหตุมีผลที่ดี เพราะต้องนำข้อมูลต่างๆ มาประมวลและจัดให้เป็นระบบเพื่อให้ผู้บริหารต่างๆ ได้เข้าใจ และนำไปสู่การตัดสินใจว่าจะวางแผนอย่างไรต่อ จนเริ่มรู้สึกตัวว่าชอบสื่อสารกับคนมากกว่าคอมพิวเตอร์ จึงได้เปลี่ยนงานขายรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าที่ศูนย์ภาคใต้ ซึ่งทำให้เขาได้ทำงานหลายอย่าง ตั้งแต่งานขาย วางแผนการตลาด การทำกิจกรรมทางตลาด รวมถึงการช่วยเหลือครั้งใหญ่กับคนไทยด้วยกันกับเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2547
แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตคือการมาทำงานที่ TPOLY จากที่เรียนต่อปริญญาโท มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และอาจารย์ได้แนะนำให้ทำงานกับ “เจริญ” และที่แห่งนี้ทำให้เขาได้ประสบการณ์ทำอะไรที่ท้าทายใหม่และได้รับคำแนะนำ-การสอนจากเจ้านายมามากมาย
“ผมได้ทำอะไรที่ท้าทายตั้งเยอะแยะตั้งแต่อายุ 30 ปีต้นๆ ตอนนั้นมีความรับผิดชอบอยู่ 3 ด้าน ตั้งแต่เรื่องการปรับปรุงระบบสารสนเทศหรือไอที เพื่อทำให้เห็นการดำเนินงานที่ชัดเจนและลดต้นทุน TPOLY พร้อมดูแลเรื่องนักลงทุนสัมพันธ์ควบคู่ไปกับการดูแลฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจไปด้วย ทุกอย่างคือประสบการณ์ใหม่หมด เพราะโจทย์ที่ได้จากคุณเจริญคือต้องการลดความเสี่ยงรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพียงอย่างเดียว และต้องหาธุรกิจอื่นที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้บริษัทในระยะยาว จึงเริ่มศึกษาโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลังบริษัทไปก่อสร้างที่ จ.ยะลา เพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่จะช่วยลดความผันผวนรายได้และสร้างกระแสเงินสดที่ดีให้บริษัท จนไปสู่การศึกษาการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลที่บางสะพานน้อย ทำให้เขาได้เรียนรู้การทำงานกับชาวบ้านและเอ็นจีโอต่างๆ หรือการที่อายุเพียง 32 ปี แต่ต้องไปทำแผนโครงการเพื่อกู้เงินโปรเจกต์ไฟแนนซ์จากธนาคารถึง 700 ล้านบาท แม้โครงการบางสะพานจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ถือว่าที่นี่ให้ประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่มาก” เชิดศักดิ์ กล่าว
นอกจากนั้น สิ่งที่ได้จากคุณเจริญมา คือ ทั้งหลักคิดในการทำงานและหลักการซื้อใจให้เกียรติกับลูกน้อง จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมคุณเจริญสามารถทำงานโครงการในพื้นที่ต่างๆ ของภาคใต้โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดใต้ สิ่งที่ทำคือการใช้ใจแลกกับคนในพื้นที่ การให้ความช่วยเหลือคน เพราะมองว่าถ้าเราคิดว่าสามารถช่วยเหลือได้ก็ช่วยไปก่อน ไม่ต้องคิดอะไรมาก อนาคตเขาก็จะช่วยเหลือเรากลับมาเองไม่ว่าจะวันใดก็วันหนึ่ง
รวมถึงที่ผ่านมาเห็นการทำงานและสิ่งที่คุณเจริญทำให้ดูเป็นตัวอย่างคือ การใช้ใจแลกการทำงานกับพนักงาน กล้ารับความผิดพลาดของพนักงาน ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่บริษัทขนาดใหญ่ไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดในองค์กรเกิดขึ้นเลย ถือเป็นผู้บริหารที่ไว้ใจลูกน้องอย่างเต็มที่ ทุกอย่างก็กลายเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาที่ตัวเรา ที่อยากจะสานงานและสานต่อเจตนารมณ์ของคุณเจริญเอาไว้ ว่าต่อจากนี้กลุ่ม TPOLY จะเติบโตอย่างยั่งยืนและรับรู้กำไร-รายได้ที่ไม่ผันผวนอย่างเมื่อก่อน เพราะมีทั้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจพลังงาน และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยปี 2557 มีสัดส่วนธุรกิจพลังงาน 20% แต่ปี 2558 จะเพิ่มเป็น 40%
ในที่สุดตลอด 7 ปีที่ทำงานจาก TPOLY จนถึง TPCH ทำให้เขาเชื่อว่าคนทุกคนมีศักยภาพหมด หากเขาได้โอกาสและได้รับความไว้ใจในการพิสูจน์ และเมื่อหากได้โอกาสแล้วก็ควรทำอย่างตั้งใจและเต็มที่ สำหรับวันว่างของเขาส่วนใหญ่คือการปั่นจักรยานและดูแลลูกๆ







