posttoday
วัฒนธรรมแห่งความคิด (ตอนที่ 12)

วัฒนธรรมแห่งความคิด (ตอนที่ 12)

06 มกราคม 2558

วันนี้โลกเปลี่ยนอย่างรุนแรง เมื่อไม่นานมานี้เราคุยกันเรื่อง Globalization หรือการที่ความเจริญมันจะกระจายไปทั่วโลก ทำให้ทุกที่ในโลกมีความเจริญเข้าถึง ...ซึ่งแนวคิดของ Globalize ก็คือ เราดูสิ่งที่ประเทศพัฒนาทำแล้วดี จากนั้นประเทศอื่นๆ ก็เลียนแบบ แต่ความเจริญที่ว่า ดำเนินมาเป็นสิบปี จากอเมริกาถึงเมืองจีน วันนี้มันเดินมาถึงทางตัน

วันนี้โลกเปลี่ยนอย่างรุนแรง เมื่อไม่นานมานี้เราคุยกันเรื่อง Globalization หรือการที่ความเจริญมันจะกระจายไปทั่วโลก ทำให้ทุกที่ในโลกมีความเจริญเข้าถึง ...ซึ่งแนวคิดของ Globalize ก็คือ เราดูสิ่งที่ประเทศพัฒนาทำแล้วดี จากนั้นประเทศอื่นๆ ก็เลียนแบบ แต่ความเจริญที่ว่า ดำเนินมาเป็นสิบปี จากอเมริกาถึงเมืองจีน วันนี้มันเดินมาถึงทางตัน

สิ่งที่น่าสนใจในยุคนี้คือ “มลพิษ” หลายๆ คนเชื่อว่า ถ้าจีนทั้งประเทศเจริญแบบอเมริกา ...พูดง่ายๆ คือ คนจีนทั้งประเทศบริโภคแบบที่อเมริกาทำอยู่ จะทำให้โลกอาจจะเละไปเลยก็ได้ เพราะประเทศที่เจริญมากๆ อย่างอเมริกาและยุโรป ใช้ทรัพยากรแบบสุดโต่ง ผลก็คือ ขยะและมลพิษ ส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติที่กำลังก่อตัว และเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่โลกร้อนไปจนถึงขยะพิษจำนวนมหาศาลที่เป็นอันตรายต่อโลกและคน

ที่เล่ามาเพื่อจะชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการคิดแบบเดิม เลียนแบบกันทั้งโลก มันไม่ได้ส่งผลดี แต่มันส่งผลเสีย ซึ่งสุดท้ายกลับมาเป็นภัยต่อคนเราในที่สุด

ทำให้วันนี้มีการเริ่ม “คิดใหม่” เป็นโลกของธุรกิจที่คำนึงถึงผลลัพธ์ในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะวันนี้เราเริ่มรู้แล้วว่า การทำธุรกิจแบบมุ่งกำไรเพียงอย่างเดียว สุดท้ายมันส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม อย่างในเมืองจีนที่มีมลพิษและขยะเข้าขั้นวิกฤต มันชี้ให้เห็นเลยว่า สุดท้ายเราก็ต้องมารับผลจากการกระทำที่เกิด ซึ่งในที่สุดเสียเงินมากกว่าเดิม เพราะการแก้ไขมันใช้ทั้งพลังและเงินที่มากกว่าการป้องกัน

ทุกวันนี้ถ้าเรามองไปรอบโลก จะเห็นตัวอย่างประเทศมากมายที่วางแผนประเทศต่างกัน ถ้ายกตัวอย่างประเทศที่เจริญแล้วเขาจะมีการวางผังเมือง วางในเรื่องของสิ่งแวดล้อม

ยกตัวอย่างชัดๆ ในออสเตรเลีย ...สมัยที่ผมไปเปิดร้านอาหาร แค่ร้านเล็กๆ จะต้องผ่านผังเมือง ซึ่งเขาจะมาดูการออกแบบร้าน การดูเรื่องน้ำเสีย ของเสีย และขยะ ว่าเราจะทิ้งอย่างไร

...ถ้าในเมืองไทย คุณลองไปดูร้านก๋วยเตี๋ยว พอเลิกก็เอาน้ำและน้ำมันมาเทลงท่อระบายน้ำ สุดท้ายน้ำก็ท่วมกรุงเทพฯ เพราะท่อมันตัน

ใช่!! ปัญหามันคือ ประเทศที่พัฒนาแล้วเขามองเรื่องผลลัพธ์ แต่ประเทศด้อยพัฒนารอให้เกิดปัญหาแล้วมาแก้ไข ...มันเป็นอะไรที่สนุก ถ้าเราฝึกคิดโดยเอาต้นแบบจากประเทศที่พัฒนาแล้วมาศึกษา จากนั้นก้าวข้ามขบวนการที่ไม่เป็นประโยชน์ออกไปเลย

ในเมืองจีนมีธุรกิจที่น่าสนใจหลายๆ อย่างที่ก้าวผ่านขบวนการเดิมๆ อย่าง Alibaba.com เขาก้าวผ่านระบบค้าปลีก ซึ่งของเมืองไทยจะมี ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ค้าส่ง ค้าปลีก เป็นทอดๆ ซึ่งทุกขั้นตอนเพิ่มต้นทุนให้ราคาสินค้าแพงขึ้นเรื่อยๆ

แต่ถ้าเอามานั่งวิเคราะห์เราจะเข้าใจเลยว่า จริงๆ ทั้งหมดก็คือ Logistic หรือ “ขบวนการในการส่งสินค้าจากคนผลิตไปหาคนบริโภคแค่นั้นเอง”

การคิดแบบ Alibaba จึงเริ่มคิดที่แตกต่างโดยไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ร้านค้า แต่วางตัวเองเป็น “การขนส่ง” คือ ส่งสินค้าจากคนผลิตถึงลูกค้าด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด เพื่อประโยชน์ของทุกคน ...จะเห็นได้ว่า ขบวนการคิดของ Alibaba ต้องคิดต่างจากระบบค้าปลีกในประเทศพัฒนาที่ทุกห่วงโซ่ มีระบบที่วางไว้อย่างดีแล้ว ...ผลก็คือ Alibaba สามารถเปลี่ยนอุตสาหกรรมการค้าปลีกในประเทศจีนไปอย่างสิ้นเชิง

ในญี่ปุ่นบริษัทมือถืออย่าง Softbank สามารถก้าวขึ้นมาเป็นเครือข่ายมือถืออันดับต้นของญี่ปุ่น ด้วยการก้าวผ่านระบบเครือข่ายภาคพื้นดินที่ต้องมีเสา ต้องมีสาย และต้องมีการติดตั้งวางเครือข่ายที่ใช้เงินและใช้เวลามหาศาล โดยการใช้ดาวเทียม IPSTAR ของไทยคมเป็นเครือข่ายแทน ทำให้การวางระบบแตกต่างจากคู่แข่ง และสามารถวางเครือข่ายได้เร็วและสะดวกมาก

อย่างประเทศเพื่อนบ้านเราก็กระโดดข้าม 2G ไปไม่รู้กี่ G แล้ว เพราะการใช้เทคโนโลยีที่กระโดดข้ามแบบเดิมๆ ไปเลย

สิ่งที่อยากจะชี้ให้เห็นก็คือ ในโลกปัจจุบัน การเอาประเทศพัฒนาที่ประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆ เป็นแบบอย่างไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพียงแต่ทุกครั้งที่เลียนแบบ เราไม่ควรเลียนแบบทั้งดุ้น เราต้องคิดให้เข้ากับประเทศของเราด้วย เพราะบางอย่างอาจเหมาะกับประเทศอื่น แต่อาจไม่เหมาะกับบ้านเราก็ได้

...คิดแบบ Global แต่ทำแบบ Local นั่นแหละ ดีที่สุดในจุดที่ยืนแบบไทยๆ

ทั้งหมดนี้มันกลับเข้ามาสู่กระบวนการคิด โดยการเข้าใจการเปลี่ยนแปลง จากนั้นก็หาตัวอย่างคนที่ทำแล้วดี เพื่อเราจะได้มีจุดตั้งต้นในการเรียนรู้ จากนั้นก็เอาความรู้นั้นๆ มาต่อยอดปรับปรุงให้เหมาะกับวิถีแบบบ้านเรา ซึ่งเรื่องนี้สำคัญพอๆ กับใบปริญญาเลยก็ว่าได้ เพราะในโลกอนาคต ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งความก้าวหน้า และภัยธรรมชาติจากสิ่งแวดล้อมที่พังทลาย มันกำลังผนึกกำลังเพื่อเปลี่ยนแปลงทุกธุรกิจบนโลก

เอาเป็นว่า ใครยังอยู่ในโลกของการคิดตาม ทำตาม เตรียมตัวพ่ายแพ้ในสมรภูมิธุรกิจและชีวิต เพราะเมื่อทุกอย่างเปลี่ยน การแข่งขันเปลี่ยน ...ผู้ที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงก็จะเป็นผู้นำของโลกอนาคตนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน